ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนแรงของเดือนเมษายน สระว่ายน้ำ 50 เมตร การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) กลับทวีความร้อนแรงยิ่งกว่าและเปิดฉากอย่างเป็นทางการกับการแข่งขัน "Speedo Thailand Age Group Swimming Championships 2026" หรือการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 6 วันเต็มๆ ในระหว่างวันที่ 3-8 เมษายน 2569 ที่สระแห่งนี้จะลุกเป็นไฟ กับการรวมตัวของเหล่าฉลามหนุ่มและเงือกสาวดาวรุ่งจากทั่วประเทศ กว่าร้อยสโมสรที่ส่งยอดฝีมือมาประชันความเร็ว เพื่อพิสูจน์ว่าใครคือ “ที่สุด” ในแต่ละรุ่นอายุ และเป้าหมายใหญ่คือการจารึกชื่อในสถิติประเทศไทย
สำหรับหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนให้การแข่งขันก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกในครั้งนี้ เกิดจากการผสานพลังครั้งสำคัญระหว่าง สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และ Speedo แบรนด์กีฬาทางน้ำระดับตำนาน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การร่วมมือกันครั้งนี้เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับวงการกีฬาไทยในหลายมิติ ที่ผ่านมา ปตท. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านกีฬาของคนไทยในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี ไปจนถึงการพัฒนานักกีฬาให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวสู่การแข่งขันในระดับสากล เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ
ปีนี้ พลตรี ดร. ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทยและฝ่ายเทคนิคกีฬา ได้รับมอบหมายเป็นประธานจัดการแข่งขัน เพื่อพัฒนานักกีฬาว่ายน้ำของประเทศไทยสู่ความเป็นเลิศ และเป็นการจัดอันดับนักกีฬาว่ายน้ำในแต่ละรุ่นอายุของประเทศไทย อีกทั้งเป็นการคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย โดยมีนักกีฬา ทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมากถึง 1,125 คน เป็นนักกีฬาชาย 635 คน และนักกีฬาหญิง 490 คน ซึ่งมีทีมต่างประเทศเข้าร่วมจำนวน 84 คน จากประเทศฮ่องกง ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า และประเทศออสเตรเลีย
ความพิเศษของการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการชิงแชมป์ระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก สหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก (World Aquatics) ให้เป็นรายการที่ใช้สำหรับ "การรับรองสถิติและผลการแข่งขัน" (World Aquatics Approved Event) เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกนักกีฬาเข้าสู่การแข่งขันรายการใหญ่ระดับโลก
โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญอย่าง "การแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์โลก (สระสั้น) 2026" (World Aquatics Swimming Championships - 25m) ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงปลายปีนี้ ทำให้นักกีฬาที่ทำเวลาได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน (A หรือ B Cut) ในรายการนี้ จะได้รับการบันทึกสถิติในฐานข้อมูลโลกและมีสิทธิ์ได้รับพิจารณาเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปลุยศึกชิงแชมป์โลกทันที
บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคักและเข้มข้น แม้อากาศภายนอกจะร้อนตามฤดูกาล แต่มีผู้ปกครองและกองเชียร์เข้ามาร่วมชมการแข่งขันจนเต็มอัฒจันทร์ สร้างพลังให้นักกีฬาเยาวชนจากทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี มีมาตราฐานการจัดการมีการจับเวลาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาตรฐานสากล และมีการรายงานผลแบบ Real-time ผ่านทางระบบ SMT (Swimming Management Thailand) ทำให้ผู้ที่ไม่ได้มาสนามสามารถติดตามผลได้ทันที โดยเริ่มการแข่งขันรอบคัดเลือกในช่วงเช้าเวลา 8.00 น. และแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในช่วงบ่ายเวลา 16.00 น. โดยไฮไลท์การแข่งขันในวันที่ 4 เมษายน 2569 จะมีรายการแข่งขันหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นรายกายแข่งขันตั้งแต่ความเร็วระดับกระพริบตาในรายการฟรีสไตล์ 50 เมตร ไปจนถึงการวัดความอึดในรายการทางไกล 200 เมตร ที่พลาดไม่ได้
สิ่งสำคัญที่สร้างความภูมิใจให้กับวงการกีฬาไทย คือการจารึกชื่อราชินีกรรเชียงรุ่นเล็กคนใหม่ พร้อมการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของวงการว่ายน้ำไทย ด้วยการทุบสถิติประเทศไทยในรายการ กรรเชียง 50 เมตร หญิง (รุ่นอายุ 12-13 ปี) โดย เด็กหญิงนภัค ไสยาวงศ์ ที่ระเบิดฟอร์มแตะขอบสระด้วยเวลา 29.74 วินาที ทำลายสถิติเดิมลงได้อย่างราบคาบ ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นสระ
ถ้อยคำกินใจจากแชมป์เปี้ยน ความรู้สึกหลังแข่งของ "น้องนภัค" ที่สะท้อนความมุ่งมั่นผ่านคำพูดสั้นๆ ว่า "ภูมิใจและตื่นเต้นที่สุด" กลายเป็นโมเมนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศ
“หนูไม่คิดว่าหนูจะทำได้ขนาดนี้ค่ะ กรรเชียง 50 เมตรมันเร็วมาก ผิดพลาดนิดเดียวคือจบเลย ตอนแตะขอบสระหนูหลับตาปี๋เลยค่ะ พอเงยหน้ามาเห็นเวลา หนูภูมิใจในตัวเองมากที่ทำลายสถิติประเทศไทยได้ หนูอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ วันนี้หนูทำได้แล้วค่ะ”
เช่นเดียวกับ พงศ์ปณต ไตรทาน ที่ผงาดคว้าอันดับ 1 ในรายการ ฟรีสไตล์ 50 เมตร ชาย (กลุ่ม 1) ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ แตะขอบสระที่เวลา 22.74 วินาที สะท้อนถึงพละกำลังและการระเบิดสมรรถภาพทางกายที่ยอดเยี่ยมในรุ่นกลุ่ม 1 ชัยชนะครั้งนี้ยืนยันฐานะ "จ้าวความเร็ว" ของพงศ์ปณต ในฐานะนักว่ายน้ำดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของการแข่งขันปีนี้
"วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนเลยครับ (ยิ้มกว้าง) ผมซ้อมหนักมากเพื่อตัวเลขนี้ ทุกเช้าที่ต้องตื่นมาลงสระตอนตี 5 ทุกความเหนื่อยมันหายไปทันทีที่เห็นคำว่า “อันดับ 1” พร้อมเวลาที่ทำลายสถิติได้ มันไม่ใช่แค่เหรียญทอง แต่มันคือการพิสูจน์ว่าความพยายามไม่เคยทรยศเราครับ”
การเฟ้นหาคลื่นลูกใหม่เพื่อเป้าหมายระดับนานาชาติ คือหัวใจสำคัญที่ "โค้ชตึก" นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ย้ำถึงวัตถุประสงค์หลักในการจัดแข่งขันครั้งนี้ คือการให้นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนจากทั่วประเทศได้มีโอกาสแข่งขันในสระมาตรฐาน 50 เมตร พร้อมระบบจับเวลาอิเล็กทรอนิกส์ที่รับรองโดย World Aquatics เพื่อให้สถิติที่ทำได้สามารถนำไปใช้จัดอันดับในระดับสากลได้จริง
การสนับสนุนจาก ปตท. ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันสู่สากล และเป็นเวทีที่ช่วยเฟ้นหา “คลื่นลูกใหม่” เข้าสู่แคมป์ทีมชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรายการนานาชาติ และเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับโลก
“โค้ชตึก” เน้นย้ำเรื่องการกระจายโอกาสให้เยาวชนในทุกช่วงอายุ (Age Group) ตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นทั่วไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนานักกีฬาและไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างรุ่น พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจที่เห็นนักกีฬาอย่าง นภัค ไสยาวงศ์ ทำลายสถิติประเทศไทยตั้งแต่วันแรก ๆ เพราะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามาตรฐานเยาวชนไทยกำลังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจาก ปตท. ภายใต้โครงการ " 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส" เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย และส่งเสริมภาพลักษณ์ Soft Power ของประเทศผ่านความสามารถของนักกีฬาไทยในเวทีสากล โดยเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้นักกีฬาไทยก้าวสู่ความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการวัดความเร็วใต้น้ำ แต่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่ความฝันของเด็กไทยทุกคนที่อยากจะก้าวไปประกาศศักดาในเวทีระดับโลก
สามารถรับชมได้ทาง Facebook Live ของ Thailand Aquatics Association และดูผลการแข่งขันแบบ Real-time และสูจิบัตรได้ที่เว็บไซต์ SMT (Swimming Management Thailand)







