“สุชาติ” ห่วงใยประชาชนภาคเหนือ สั่ง คพ. ระดมรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ พร้อมนักวิชาการ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ จากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดและทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเสริมการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า คพ. ได้รับข้อสั่งการจาก รมว.ทส. และได้เร่งดำเนินการระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรทางวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือทันที เพื่อสนับสนุนการติดตาม เฝ้าระวัง และวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด และจากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือปัจจุบัน มีทั้งปัจจัยที่เกิดจากแหล่งกำเนิดภายในประเทศและจากภายนอกประเทศ โดยในส่วนของหมอกควันข้ามแดนนั้น ทส. โดย คพ. ได้ประสานความร่วมมือเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านสายด่วน Hotline มาแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง ณ ปัจจุบัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของสถานการณ์ภายในประเทศ ยังจำเป็นต้องมีการเสริมกำลังการทำงาน การสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มข้นมากขึ้น ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดย คพ. ได้นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานของ US EPA นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจวัดข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ทิศทางลม เพื่อนำมาประเมินแนวโน้มการเคลื่อนตัวของมวลอากาศและสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ คพ.ยังได้ส่งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ลงพื้นที่ร่วมด้วย เพื่อประมวลผลข้อมูลทิศทางลม รวมทั้งคาดการณ์แนวโน้มการเกิดหมอกควันและฝุ่น PM2.5 โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งข้อมูลจากการตรวจวัดจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรับทราบสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ลดความกังวล และสามารถนำไปใช้วางแนวทางป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดมาตรการดูแลและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
คพ. ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ งดการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาดในช่วงเวลานี้ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองและไม่ซ้ำเติมสถานการณ์มลพิษทางอากาศ พร้อมขอให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา หากพื้นที่นั้นมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงจากผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ทั้งนี้ คพ. ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และเร่งสนับสนุนข้อมูลวิชาการ เครื่องมือ และบุคลากร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเต็มกำลัง นายสุรินทร์ กล่าว








