ประชาสัมพันธ์

ติดอาวุธ "จรรยาบรรณ" สกัดทุจริต ยกระดับ "วิชาชีพบัญชี" ปี 69

แชร์ข่าว

สถาบันพัฒนานักวิชาชีพบัญชี (IPAD) ภายใต้วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดโครงการบริการวิชาการครั้งใหญ่ โดยมีอาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดี CIBA-DPU ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อสนับสนุนการยกระดับทักษะนักบัญชีทั่วประเทศ

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ทางสถาบันฯ ได้รวบรวมขุนพลวิทยากรระดับประเทศอย่าง ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ (CPA, DipTFR)บรรยายในหัวข้อ "การจัดทำบัญชีตาม TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง" และ อาจารย์อินทัช ปิยะนาวิน หัวข้อ "ความแตกต่างระหว่างบัญชีและภาษีอากรและภาษีที่ควรรู้กับการจ่ายเงินไปต่างประเทศ" ระหว่างวันที่ 20-21 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ ท่ามกลางฤดูปิดงบการเงินเข้มข้น

เก็บชั่วโมง CPD ครบจบที่เดียว-สกัดวิกฤต ‘ทุจริต’ ที่มีแนวโน้มพุ่งสูง

ดร.อรัญญา นาคหล่อ ผู้จัดการสถาบันพัฒนานักวิชาชีพบัญชี (IPAD-DPU) และอาจารย์ประจำหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงที่มาของโครงการว่า ตามข้อกำหนดของสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) มีหน้าที่ต้องเก็บชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องจำนวน 40 ชั่วโมง (แบ่งเป็นบัญชี 20 ชั่วโมง และอื่น ๆ 20 ชั่วโมง) และ ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่ต้องเก็บชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องจำนวน 12 ชั่วโมง (แบ่งเป็นบัญชี 6 ชั่วโมง และอื่น ๆ 6 ชั่วโมง) นอกจากนี้ทั้งผู้สอบบัญชีฯ และผู้ทำบัญชี ต้องเก็บชั่วโมงจรรยาบรรณ 1 ชั่วโมงด้วย ขณะเดียวกัน สภาวิชาชีพบัญชีฯ เพิ่งประกาศตัวเลขผู้กระทำผิดจรรยาบรรณและการทุจริตที่เพิ่มสูงขึ้น สถาบันฯ จึงบรรจุเนื้อหาจรรยาบรรณวิชาชีพเข้าไปในทุกหลักสูตรของปีนี้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหานี้

“นักบัญชีต้องอัปเดตความรู้อยู่เสมอ แต่ปีนี้พิเศษตรงที่เราเพิ่มเรื่องจรรยาบรรณเข้าไปในทุกหลักสูตร เพราะเรามองว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก จากข้อมูลล่าสุดที่พบตัวเลขผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่กระทำผิดจรรยาบรรณพุ่งสูงขึ้น มันเป็นอะไรที่เราเห็นแล้วรู้สึกหดหู่และส่งผลกระทบวงกว้าง เราไม่อยากให้วิชาชีพมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น การส่งเสริมจรรยาบรรณจึงไม่ใช่แค่การทำตามกฎ แต่คือการช่วยกันดูแลวิชาชีพให้มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการและสังคมมั่นใจในคนทำงานบัญชี” ดร.อรัญญา กล่าว

นอกจากมิติด้านจริยธรรมแล้ว เนื้อหาทางเทคนิคยังมุ่งเน้นการเจาะลึกมาตรฐาน TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้รับข้อมูลที่ตรงจุดและพร้อมสำหรับการทำงานจริงหลังผ่านพ้นฤดูกาลปิดงบการเงิน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้สอดแทรกทั้งวิธีการตรวจสอบเพื่อให้มองเห็นร่องรอยความผิดปกติในงบการเงินอย่างมืออาชีพ รวมถึงการเติมเต็มมิติกฎหมายภาษีอากรที่ซับซ้อน เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาด และเตรียมความพร้อมสำหรับการปิดงบในปีถัดไป 

“นักบัญชีในยุคปัจจุบันไม่ชอบฟังหัวข้อกว้าง ๆ แต่ต้องการ Case Study ที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญเพราะบัญชีและภาษีเปรียบเสมือนฝาแฝดวิชาชีพที่ต้องเดินคู่กันเสมอ ฐานการเสียภาษีที่ถูกต้อง ต้องนำกำไรสุทธิทางบัญชีมาปรับปรุงตามข้อกำหนดประมวลรัษฎากร เพื่อให้ได้กำไรสุทธิทางภาษี หากลงบัญชีผิดเพียงจุดเดียวมันจะโยงไปทั้งระบบ ตั้งแต่การบันทึกรายการไปจนถึงการปิดงบการเงินที่ต้องตามแก้ไข การอัปเดตความรู้ที่ตรงประเด็น จึงช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและถูกต้อง” ดร.อรัญญา ระบุ

พลิกบทบาทเจ้าหน้าที่รัฐ สู่การตรวจสอบเชิงรุกด้วยมาตรฐานบัญชีสากล

ในมุมของผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบภาษีรุ่นใหม่อย่าง “บูม-นางสาวกนกพร ยะวร” เจ้าหน้าที่สรรพากรวัย 32 ปี ยอมรับว่าการใช้อำนาจรัฐประเมินภาษีจากประชาชนมีความเสี่ยงสูงหากขาดความแม่นยำในมาตรฐานบัญชี แม้จะมีพื้นฐานด้านบัญชีมาโดยตรงทั้งปริญญาตรีและโท แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องโฟกัสกฎหมายภาษีเป็นหลัก ทำให้รายละเอียดในมาตรฐานบัญชีชุดเล็ก (NPAEs) เริ่มเลือนลาง จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้เสียภาษีที่ "ซ่อนตัวเลข" ได้อย่างแนบเนียน

“ในสายงานสรรพากรที่ต้องใช้อำนาจประเมินภาษีเก็บเงินจากประชาชน หากไม่มีความรู้ที่แม่นยำหรือตรวจสอบไม่เท่าทันเทคนิคการปกปิดข้อมูล ก็เท่ากับว่าขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว” นางสาวกนกพร อธิบาย

การประเมินผิดพลาดเพียงนิดเดียว ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฟ้องร้องกลับได้ทันที กนกพรจึงตัดสินใจเข้าอบรมกับ IPAD-DPUแบบ Early Bird เพื่อรื้อฟื้นกระบวนการตรวจสอบบัญชีแยกประเภท (GL) และเอกสารรับจ่ายที่ซับซ้อน โดยเนื้อหาในการอบรมยังถูกออกแบบมาให้ย่อยง่ายและนำไปใช้ได้ทันทีผ่านกรณีศึกษาจริง ช่วยให้เธอได้เห็น “ทริค” และจุดโป๊ะของการปกปิดข้อมูลทุจริตได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ วิทยากรยังได้เติมเต็มทักษะการเขียนรายงาน และการระบุมาตรากฎหมายเพื่อติดตามข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการประเมินภาษี 

“จบคลาสแรกเมื่อวานเจอประเด็นที่เป็นปัญหาจริง ๆ ตอนนี้บูมเริ่มปรับจูนและจัดระเบียบตัวเองได้แล้ว และรู้แล้วว่าจะกลับไปดูงานที่ตรวจอยู่อย่างไร เพราะงานมันลิงก์กันหมดทั้งกฎหมายและตัวเลข โดยเฉพาะการย้อนรอยวงจรบัญชีเพื่อสืบค้นที่มาของตัวเลขทุจริต จากที่เคยประสบปัญหาลำบากในการทำงาน ตอนนี้พร้อมกลับไปจัดการงานต่อให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงทีละเคส” กนกพร กล่าวด้วยรอยยิ้ม

นอกจากความมั่นใจในหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่สรรพากรย้ำทิ้งท้ายว่า นักบัญชีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคือ "โซ่ข้อกลาง" สำคัญในระบบเศรษฐกิจที่หยุดนิ่งไม่ได้ หากผู้ปฏิบัติงานไม่ก้าวให้ทันรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป งบการเงินย่อมไม่สะท้อนข้อเท็จจริง ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ แต่ยังทำให้รัฐเสียโอกาสในการจัดเก็บรายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีทุกคน 

ยืนระยะด้วย “คุณภาพ” อัปเดตความรู้ให้มีงานตลอด

ขณะที่ “พี่นา-ณสิกาญจน์ บางเพชรพรพันธ์” ผู้ตรวจสอบบัญชีชั้นสูง (CFO, CPA) อดีตผู้บริหารการเงินระดับ CFO ในบริษัทต่างชาติ เป็นอีกหนึ่งผู้เข้าร่วมอบรมที่ตัดสินใจสมัครแบบ Early Bird ซึ่งไม่ต่างไปจากกนกพร ที่ให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อให้พร้อมรับเนื้อหาทางวิชาการที่เข้มข้น แม้จะอยู่ในวัยย่าง 70 ปี แต่ ณสิกาญจน์ยังคงให้ความสำคัญกับการอัปเดตความรู้เพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพอยู่เสมอ

แรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เลือกเดินทางจากจังหวัดชลบุรีมาอบรมที่ IPAD-DPU อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มเปิด คือความมั่นใจในคุณภาพวิทยากรระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งไม่ได้มาเพียงเพื่อบรรยายตามตำรา แต่เป็นการถ่ายทอด “คำตอบ” ที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ ที่นำไปปรับใช้ได้ทันทีแบบไม่กั๊กวิชา นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเรื่องการสร้างพื้นที่ Connection ให้คนบัญชีได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อยกระดับงานตรวจสอบให้เท่าทันโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว 

“พี่นามาตั้งแต่ IPAD-DPU เริ่มเปิดเลย เพราะเขาคัดเลือกวิทยากรระดับ Top ของประเทศมาให้ตลอด สถานที่ก็ดี อาหารก็อร่อย และที่สำคัญที่สุดคือผู้จัดงานยินดีรับฟัง Feedback ตลอดว่ามีตรงไหนไม่ดีเพื่อไปปรับปรุงในรอบถัดไป การมาที่นี่ทำให้เราได้มาพบปะเพื่อนร่วมอาชีพและสร้าง Connection ที่แข็งแกร่งร่วมกัน” CFO วัยเก๋า ระบุ

นอกจากมิติด้านวิชาการ ณสิกาญจน์ยังประทับใจในมาตรฐานการจัดการที่ยอดเยี่ยม ทั้งสถานที่ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ รสชาติอาหารที่เป็นเลิศ และความใส่ใจที่พร้อมรับฟังความเห็นเพื่อนำไปพัฒนารอบถัดไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเครื่องช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพคงสถานะความรู้และยืนระยะในสายงานที่มีความรับผิดชอบสูงสุดนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อต้องปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามเกณฑ์ของสภาวิชาชีพฯ

“ความรู้ก็เหมือนน้ำ...ถ้าไม่เติมมันก็ระเหย” อดีต CFO วัยเก๋าเปรียบเทียบ “การอบรมคือเครื่องบังคับให้เรามีคุณภาพอยู่เสมอ เป็นกลไกของสภาวิชาชีพบัญชีฯ ที่กำหนดให้รักษามาตรฐานความรู้ให้ทันสมัย ซึ่งคุณภาพนี้เองจะช่วยให้นักบัญชีทำงานได้อย่างมีคุณค่าภายใต้จรรยาบรรณ ทั้งการซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และการให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของสภาฯ และกรมสรรพากรไปพร้อมกัน ฉะนั้นถ้าอยากจะเติบโตในอาชีพนี้อย่างแข็งแรง เราต้องไม่หยุดพัฒนา”

“โดยเฉพาะในฐานะผู้สอบบัญชี (CPA) เราต้องแม่นกฎหมายเพื่อปรับปรุง ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้องเพื่อหากำไรสุทธิ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราไม่รู้จริงหรืองานขาดคุณภาพ ความน่าเชื่อถือก็จะหายไป และสุดท้ายเราก็ไม่สามารถเรียกราคาค่าสอบได้” ณสิกาญจน์ ย้ำ

อดีต CFO วัยเก๋า ยังทิ้งท้ายถึงความคุ้มค่าของ หลักสูตรมาตรฐานระดับนี้หากเป็นที่อื่นอาจต้องจ่ายสูงถึง 3,500 - 5,500 บาท แต่ IPAD-DPU กลับเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาPackage 2 วัน เพียง 1,900 บาทเท่านั้น “เรียกว่ามาตรฐานเท่ากันแต่ราคาจับต้องได้จริง แค่ค่าอาหารก็คุ้มแล้ว กับ อาหารกลางวัน 2 มื้อ และ อาหารว่าง 4 มื้อ”

ใส่ใจทุกมิติ ดึงศักยภาพนักบัญชีผ่านสภาพแวดล้อมที่ดี

ความละเอียดรอบคอบที่ผู้เข้าอบรมชื่นชมนั้น เกิดจากวิสัยทัศน์ของ ดร.อรัญญา นาคหล่อ ผู้จัดการสถาบัน IPAD-DPU ที่เปลี่ยนบรรยากาศการอบรมอันตึงเครียดให้เป็นการพักผ่อนที่เปี่ยมด้วยความรู้ โดยใช้แนวทางการพัฒนา Human Potential ตามแนวทางของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มาเป็นหัวใจสำคัญ 

นอกจากนี้ยังจัดพื้นที่จุดบริการเครื่องดื่มแบบบริการตนเองตลอดวันเพื่อให้ผู้เข้าอบรมรู้สึก “สบายเหมือนอยู่บ้าน” โดย ดร.อรัญญา ระบุว่า การใช้สถานที่อันร่มรื่นภายในมหาวิทยาลัยแทนการจัดในโรงแรม ช่วยลดความกดดันในช่วงปิดงบนักบัญชีจะเหนื่อยล้ามาก การสร้างสภาวะที่รีแลกซ์จะช่วยให้ “พร้อมเปิดรับเนื้อหาวิชาการที่เข้มข้นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด” และช่วยให้การเรียนรู้ “ลื่นไหลไม่สะดุด” ตลอดการอบรม

สำหรับก้าวต่อไป สถาบันฯ เตรียมขยายการรองรับเป็น 400 คน ในโครงการถัดไปช่วง เดือนกรกฎาคม โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบเจาะลึก โดย รศ.ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์ และ อาจารย์สาโรช ทองประคำ ในราคา Package 2 วัน1,900 บาท (รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง) เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบัญชีไทยนอกจากนี้ เพื่อให้ความรู้กระจายไปในวงกว้างทางสถาบัน IPAD-DPU ยังมีนโยบายแบ่งปันเอกสารวิชาการผ่านช่องทางออนไลน์ฟรีให้แก่สมาชิกใน LINE OA โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกลุ่มเพื่ออัปเดตข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.dpu.ac.th/en/college-of-innovative-business-and-accountancy

“เป้าหมายไม่ใช่แค่การให้ทุกคนมาเก็บชั่วโมงอบรม แต่อยากให้พี่น้องทุกคนที่เดินเข้ามาที่ DPU รู้สึกอบอุ่นเหมือนมานั่งอบรมอยู่ในบ้าน สิ่งที่ภูมิใจมากที่สุด คือการได้เห็นทุกคนตั้งใจพัฒนาตัวเอง จนตัดสินใจศึกษาต่อทั้งระดับปริญญาโทและเอกในทุกรอบที่เราจัดงาน นี่คือรางวัลที่ล้ำค่าที่สุดของคนทำงานเบื้องหลังและสถาบันการศึกษา ที่ได้เห็นนักบัญชีเติบโตและนำสิ่งที่ได้รับไปส่งต่อเพื่อยกระดับวิชาชีพบัญชีไทยให้เติบโต” ดร.อรัญญา ทิ้งท้าย

ข่าวแนะนำ