เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 มี.ค.69 ที่ร้านอาหารฟองเบียร์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายวันชัย เทียนสมบูรณ์ นายอุดมศักดิ์ นิ่มเซียน นายชำนาญ พึ่งเจาะ นายเจริญ อาจประดิษฐ์ เลขาชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะกรรมการชมรมฯ ร่วมประชุมเพื่อกำหนดกฎระเบียบการบริหารงานของชมรมให้มีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการยกระดับองค์กรเป็น “สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์”
ในการประชุม ที่ประชุมมีมติกำหนดให้สมาชิกชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชำระค่าบำรุงชมรมเดือนละ 100 บาท โดยหากสมาชิกท่านใดค้างชำระค่าบำรุงเกิน 3 เดือน ทางชมรมจะมีการแจ้งเตือน และหากค้างชำระเกิน 5 เดือน จะพิจารณาตัดสิทธิ์การเป็นสมาชิกของชมรมทันที
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดหลักเกณฑ์การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกชมรม ได้แก่ การขาดคุณสมบัติของการเป็นสมาชิก การลาออกโดยแจ้งด้วยวาจา หรือยืนยันผ่านทางไลน์กลุ่มของชมรม รวมถึงมีข้อกำหนดสำคัญว่า บุคคลที่พ้นจากการเป็นสมาชิกแล้ว ห้ามนำชื่อชมรมหรือโลโก้ของชมรมไปใช้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการและฝ่ายการเงิน หรือเหรัญญิก เป็นผู้ดำเนินการตามระเบียบดังกล่าว
นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยในที่ประชุมว่า ปัจจุบันชมรมมีสมาชิกอยู่เพียง 21 คน จึงขอความร่วมมือสมาชิกในแต่ละอำเภอช่วยกันเปิดรับสมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวจากสื่อแขนงต่าง ๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ เข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร
ทั้งนี้ หากมีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นและมีความพร้อมด้านโครงสร้างองค์กร ชมรมมีแผนจะยกระดับจาก “ชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ขึ้นเป็น “สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายในปี 2569 เพื่อให้เกิดพลังในการทำงานด้านสื่อมวลชนที่เข้มแข็ง สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและรับใช้ประชาชน รวมถึงสังคมได้อย่างมีคุณภาพเช่นเดียวกับหลายจังหวัดทั่วประเทศ
อีกทั้ง ในที่ประชุมยังมีมติให้จัดทำหนังสือจำนวน 3 ฉบับ ยื่นต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้เร่งรัดการติดตามคดีกรณีผู้สื่อข่าวในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกคุกคาม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่การติดตามตัวผู้กระทำความผิดยังไม่มีความคืบหน้า
ทั้งนี้ ชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจและความเป็นธรรมให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนในพื้นที่ต่อไป.








