ประชาสัมพันธ์

มธ.-วช. เดินหน้าขับเคลื่อน "เมืองยั่งยืน-เศรษฐกิจฐานราก" ผ่านโครงการเมธีวิจัยอาวุโส

แชร์ข่าว

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประชุมวิชาการประจำปีของโครงการวิจัยที่ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ ในหัวข้อ "ความยั่งยืนของเมืองและเศรษฐกิจฐานราก : ประเด็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี" เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม Eastin Grand Phayathai กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน รวมถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยจากคณาจารย์ผู้ร่วมโครงการวิจัยนี้ที่มุ่งศึกษาความท้าทายของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่เมืองในประเทศไทยที่กำลังเผชิญอยู่ ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของประชาชน การวิจัยนี้จะช่วยสร้างองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการวางแผนและนโยบายในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นประธาน

นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ กล่าวว่า “ทุนเมธีวิจัยอาวุโสมุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่เป็นเลิศและใช้ประโยชน์ได้จริง โดยโครงการนี้เป็นตัวอย่างความร่วมมือข้ามสถาบันที่สร้างองค์ความรู้เชิงลึกเพื่อพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ด้าน รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร กล่าวว่า”มหาวิทยาลัยเน้นวิจัยสหสาขาวิชาเพื่อตอบโจทย์สังคม การทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันชั้นนำช่วยสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยของประเทศในอนาคต”

เปิดร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14 มุ่งเศรษฐกิจโตทั่วถึงและยั่งยืน

งานประชุมเริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษ โดย ดร. ชณกช ชสิธภนญ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเปิดเผยกรอบ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายใต้ธีม "เพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการซ่อมและเสริมรากฐานให้มั่นคง ควบคู่กับการสร้างความพร้อมและโอกาสสำหรับอนาคต"

แผนดังกล่าวประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ (Transform), การปฏิรูปภาครัฐ (Reform), การอัปเกรดทุนมนุษย์ (Upgrade), การสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Sustain) และการโอนถ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Transfer) เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภาพแรงงานที่ต่ำ สังคมสูงวัย และความเหลื่อมล้ำทางรายได้

โชว์ผลงานวิจัยรับมือความท้าทายเมือง

ในช่วงเสวนาวิชาการ รศ. ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัยและผู้นำเสวนา และคณะผู้วิจัยภายใต้โครงการจากหลาหลายสถาบันได้นำเสนอผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายในหลายมิติ ได้แก่ เมืองที่เปิดรับความหลากหลาย (Inclusive Cities), เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat) และการเดินทางในเมือง (Urban Mobility), เมืองฟองน้ำ (Sponge City), เศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว, และการวิเคราะห์ข้อมูลเมือง

รศ. ดร.สุวดี ทองสุกปลั่ง หรรษาสุขสิน จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) ที่นอกเหนือจากการเป็นทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เปิดรับความหลากหลาย ดึงดูดบุคลากรศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในแข่งขันของเมือง

ผศ. ดร.ชูศักดิ์ จันทร์ปฐมพงศ์ จากภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นว่า มาตรฐานระยะเดินเท้าจากต่างประเทศที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย การสร้างเมืองที่ร่มรื่นและการลดเกาะความร้อนในเมือง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง ส่งเสริมสุขภาพจากการเดินเท้าที่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กับเมืองอีกด้วย

รศ. ดร.สุธี อนันต์สุขสมศรี หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์ภูมิภาค เมือง และสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ (Regional, Urban, & Built Environmental Analytics: RUBEA) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอแนวคิด Nature-Based Solutions ในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ รวมถึงแนวทางการพัฒนาเมืองฟองน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) และ สศช. โดยมีโครงการนำร่องใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ อยุธยา ขอนแก่น พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี

อ. ดร.อีวา ไอยรากาญจนกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอแนวทางการประเมินความยั่งยืนของเมือง (Urban Sustainability) และ แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) ในเมืองรองหรือเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ ทางเศรษฐศาสตร์

รศ .ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของข้อมูลที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์เศรษฐกิจในระดับเมืองและระดับประเทศของประเทศไทย และได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางเลือกมาทดแทน เช่น ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลเปิด (Open Source Data) และข้อมูล Digital Footprint จาก Social Media ในการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์

ในช่วงท้ายของการเสวนา รศ.ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวโดยสรุปว่า "โครงการนี้มุ่งสร้างองค์ความรู้เชิงบูรณาการเพื่อสนับสนุนการวางนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง และเป็นเวทีสำคัญในการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคมผ่านงานวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือในระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง"

-รศ.ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย-

แชร์ข่าว