ห้องนอนคือพื้นที่ที่เราใช้เวลามากที่สุดในแต่ละวัน เพราะเป็นที่สำหรับพักผ่อนและชาร์จพลังหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน หากเราปล่อยให้ห้องนอนรกหรือไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ สุดท้ายแล้วพื้นที่นี้อาจทำให้เราไม่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยเลย หลายคนจึงเริ่มมองหาไอเดียใหม่ ๆ ในการจัดห้อง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งห้องนอนมินิมอลที่กำลังมาแรง หรือสไตล์อื่นๆ ที่สะท้อนตัวตน วันนี้เราจึงรวบรวมสไตล์การแต่งห้องที่น่าสนใจมาฝาก เพื่อเป็นไอเดียให้ทุกคนนำไปเนรมิตห้องนอนในฝันกัน
7 สไตล์การแต่งห้องนอน ยอดนิยมที่แต่งตามได้ไม่ยาก
ใครที่กำลังแพลนจะจัดห้องใหม่แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะแต่งแนวไหนดี ลองมาดูไอเดียทั้ง 7 สไตล์นี้กัน
1. สไตล์โมเดิร์น (Modern Style)
เริ่มต้นกันที่สไตล์ยอดฮิตตลอดกาลอย่างโมเดิร์น จุดเด่นคือความเรียบง่ายแต่ดูดีทันสมัย เฟอร์นิเจอร์มักทำจากวัสดุสมัยใหม่ เช่น กระจก อะคริลิก หรือไม้เคลือบลามิเนต สไตล์นี้จะไม่เน้นลวดลายที่ซับซ้อนหรือเส้นสายที่โค้งมนมากนัก เน้นการจัดวางที่ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายตา ซึ่งพอจับมาอยู่ในห้องนอนก็จะยิ่งช่วยให้เรารู้สึกปลอดโปร่งและไม่อึดอัด
2. สไตล์ลอฟท์ (Loft Style)
สไตล์ลอฟท์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลังมานี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ร้านกาแฟแต่ยังนำมาแต่งห้องนอนได้เท่สุดๆ เน้นการโชว์โครงสร้างเดิมของห้อง ปล่อยพื้นที่ให้ดูดิบ ๆ และอิสระ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะเป็นแบบลอยตัวที่เคลื่อนย้ายง่าย การแต่งห้องสไตล์นี้จะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่กว้างขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบความโปร่งและเสน่ห์ของความดิบเท่
3. สไตล์มินิมอล (Minimal Style)
สไตล์ที่โดนใจคนรุ่นใหม่มากที่สุดคงหนีไม่พ้นมินิมอล คอนเซปต์หลักคือการตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งาน โทนสีที่ใช้มักจะเป็นสีอ่อน สีเอิร์ธโทน หรือสีโมโนโทน เพื่อสร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุจบงานพื้นและผนังอย่างแบรนด์ Alusite ที่ได้ดูแลงานระดับโครงการทั้งโรงแรมหรู ห้าง และสำนักงาน ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การแต่งห้องสไตล์มินิมอลให้ดูสวยแพงและอยู่ได้นาน ไม่ได้อยู่ที่เฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่อยู่ที่ "ความเนี๊ยบของรายละเอียด" ห้องที่ดูเรียบง่ายที่สุดมักจะต้องการความต่อเนื่องของเส้นสาย พื้นที่ไม่มีรอยต่อให้สะดุดตา หรือผนังที่จบงานขอบมุมอย่างเรียบร้อย การเลือกใช้วัสดุจบงานที่มีคุณภาพ เช่น คิ้ว กรุยเชิง หรือบัวพื้น จะช่วยส่งเสริมให้พื้นที่ดูโดดเด่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องประโคมของตกแต่งเพิ่มเลย
4. สไตล์เซน (Zen Style)
หากคุณรักความสงบและอยากให้ห้องนอนเป็นพื้นที่พักผ่อนที่แท้จริง สไตล์เซนคือคำตอบ สไตล์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่น เน้นความเป็นธรรมชาติ ตัดความหรูหราฟู่ฟ่าออกไปจนหมด เน้นความโล่ง โปร่ง และการรับแสงธรรมชาติ นิยมมากสำหรับห้องนอนผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลายเหมือนได้พักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
5. สไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style)
สไตล์ร่วมสมัยเป็นการหยิบเอาความคลาสสิกมาผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าต้องใช้เฟอร์นิเจอร์แบบไหน ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบส่วนบุคคลเป็นหลัก เน้นความเรียบง่ายแต่นำเอาชิ้นงานหรือของตกแต่งต่าง ๆ มาจัดวางให้เกิดความสมดุล ทำให้ห้องดูไม่ล้าสมัยและยังคงใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
6. สไตล์วินเทจ (Vintage Style)
สำหรับคนที่หลงใหลในความคลาสสิกและกลิ่นอายของอดีต การแต่งห้องสไตล์วินเทจจะช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล มักใช้ของตกแต่งที่เป็นของเก่า โทนสีพาสเทล หรือลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ ทำให้ห้องนอนดูมีเสน่ห์และมีเรื่องราวในตัวเอง
7. สไตล์ลักชัวรี (Luxury Style)
ปิดท้ายด้วยสไตล์ลักชัวรีที่เน้นความหรูหราและดูดีมีระดับ มักใช้โทนสีทอง สีเงิน หรือสีเมทัลลิกเข้ามาเป็นส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมักมีความมันวาว หรือใช้วัสดุพรีเมียมอย่างหินอ่อนและผ้ากำมะหยี่ ช่วยยกระดับให้ห้องนอนดูโอ่อ่าและน่าประทับใจ
สรุปบทความ
สไตล์การแต่งห้องนอน มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบบรรยากาศแบบไหนและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในห้องนอนเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นความเรียบง่ายแบบมินิมอล ความดิบเท่แบบลอฟท์ หรือความสงบแบบเซน สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสรรพื้นที่ให้เป็นระเบียบ และใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่งานพื้น ผนัง ไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้ห้องนอนกลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่คุณอยากใช้เวลาพักผ่อนในทุก ๆ วัน







