Griffith Foods เปิดเทรนด์อาหารและรสชาติปี 2026 ชูโปรตีนสูง-สตรีทฟู้ด-รสจัดจ้าน นำทิศทางนวัตกรรมโลก
บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ (Griffith Foods Limited) พันธมิตรระดับโลกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับบริษัทผู้ผลิตอาหาร เปิดเผยภาพรวมแนวโน้มอาหารและรสชาติ หรือ Food & Flavor Outlook ประจำปี 2026 โดยรายงานนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกด้านการทำอาหารจากเชฟกว่า 50 ท่านจากหกทวีปทั่วโลก ควบคู่กับการศึกษาวิจัยในอุตสาหกรรมอาหาร และความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการวิจัยที่เชื่อถือได้ โดยรายงาน Food & Flavor Outlook ฉบับนี้แสดงให้เห็นประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ และชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปกำลังกำหนดทิศทางนวัตกรรมอาหารในระดับโลกอย่างไร
เชฟโจมี แกสตัน (Jomi Gaston) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาอาหาร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ กล่าวว่า “ในปี 2026 จากแนวโน้มผู้บริโภคเราคาดว่าผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะให้ความสำคัญกับรสชาติที่เข้มข้นและมีมิติซับซ้อนมากขึ้น ความต้องการโปรตีนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประสบการณ์ด้านเนื้อสัมผัสที่หลากหลายในทุกคำ ขณะเดียวกันนวัตกรรมอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสตรีทฟู้ดก็มีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน”
Food & Flavor Outlook ประจำปี 2026 นี้ ได้รวบรวมมุมมองจากเชฟทั่วโลก ถ่ายทอดมุมมองเชิงภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ควบคู่กับแนวโน้มอาหารในระดับโลก พร้อมนำเสนอการพัฒนาด้านนวัตกรรมอาหารจากหลากหลายพื้นที่ ซึ่งช่วยให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์อาหารได้รอบด้านยิ่งขึ้น
ตั้งแต่การตีความสตรีทฟู้ดในรูปแบบใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมอาหารที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการ โดยเทรนด์ทั้งหกนี้จะเข้ามากำหนดทิศทางการบริโภคของผู้คนทั่วโลกในปี 2026
1. พลังจากโปรตีน
อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนยังคงเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลแนวโน้มผู้บริโภคพบว่า ความต้องการโปรตีนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 12% ในประเทศญี่ปุ่น และเพิ่มขึ้นถึง 69% ในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาระดับโลกล่าสุดระบุว่า ผู้บริโภคมากกว่า 48% มีแผนเพิ่มการบริโภคโปรตีน
ประโยชน์ของอาหารที่มีโปรตีนสูง ไม่ว่าจะเป็นความอิ่มท้อง สุขภาพกล้ามเนื้อ และการเสริมพลังงาน ล้วนตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกช่วงวัย และเมื่ออาหารกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมรสชาติที่น่าสนใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่อาหารโปรตีนสูงจะประสบความสำเร็จในตลาดทั่วโลก และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในทุกกลุ่มอายุ
2. เนื้อสัมผัสที่ชวนลิ้มลอง
ตั้งแต่ความกรุบกรอบ ความเนียนนุ่ม ไปจนถึงความหนึบหนับ เนื้อสัมผัสได้กลายเป็นจุดเด่นสำคัญของอาหาร โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ข้อมูลแนวโน้มผู้บริโภคพบว่า ผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่น 64% และในประเทศไทย 77% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ให้ความสนใจกับอาหารที่มอบประสบการณ์มากกว่ารสชาติ และกระตุ้นประสาทสัมผัสในหลายมิติ ทำให้เนื้อสัมผัสกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของเมนูอาหาร ขณะเดียวกันงานวิจัยล่าสุดระบุว่า ผู้บริโภคทั่วโลก 43% ชื่นชอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเนื้อสัมผัสแปลกใหม่
3. สำรวจโลกแห่งสตรีทฟู้ด
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่ายอดขายของฟู้ดทรัคและผู้ค้าอาหารริมทางจะเติบโตถึง 31% ในช่วงปี 2025–2029 สะท้อนให้เห็นว่า รสชาติและแนวคิดจากสตรีทฟู้ดจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น โดยอาหารที่มีจุดกำเนิดจากรถเข็นริมทางและตลาดกลางแจ้ง ซึ่งมักใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น ได้จุดประกายความสนใจของทั้งผู้บริโภค ร้านอาหาร และผู้ผลิตอาหาร
สตรีทฟู้ดถือเป็นหมวดอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่อาหารถือรับประทานไปจนถึงเมนูเสียบไม้ ซึ่งเปิดกว้างต่อความหลากหลายของรูปแบบและรสชาติ คาดว่ามูลค่ายอดขายของผู้ค้าอาหารริมทางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 หรือเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2015
4. รสชาติที่จัดจ้าน
แนวโน้มผู้บริโภคยังสะท้อนการเติบโตของประสบการณ์อาหารที่มีรสชาติเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น โดยในประเทศไทยพบการเติบโตสูงถึง 46% สะท้อนความนิยมของรสชาติที่มีมิติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นควัน ความเผ็ด ความหวาน ความเปรี้ยว และอูมามิ กำลังเปลี่ยนกรอบความคิดด้านรสชาติแบบเดิม และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเมนูอาหารในหลากหลายประเภท
ในภาพรวม รสหวานเป็นรสชาติที่ได้รับความสนใจสูงสุด โดยได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 109% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่รสอูมามิ (+79%) และกลิ่นควัน (+46%) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในระดับสูงเช่นกัน
5. โภชนาการผสานกับความดั้งเดิม
สุขภาพจะเป็นประเด็นสำคัญในปี 2026 โดยแนวโน้มผู้บริโภคในประเทศไทยสะท้อนความต้องการอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้นสูงถึง 169% อาหารกลุ่มนี้หมายถึงอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และโปรตีนสูง ขณะเดียวกันก็มีไขมันอิ่มตัว โซเดียม และน้ำตาลต่ำ
วัตถุดิบดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภคทั่วโลก ขณะเดียวกันรสชาติร่วมสมัยยังช่วยเติมมิติใหม่ให้กับสมุนไพร เครื่องเทศ พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชดั้งเดิม นอกจากนี้ ผลสำรวจผู้บริโภคทั่วโลกล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น โดยเกือบ 60% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการตรวจสอบวัตถุดิบอาหารมากขึ้น เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อนหน้า
6. เครื่องปรุงที่รังสรรค์อย่างประณีต
บทบาทของเครื่องปรุงในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรุงรสอีกต่อไป เครื่องปรุงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกำลังช่วยยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารและเติมมิติของรสชาติให้กับอาหารทั่วโลก แนวโน้มผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นสะท้อนความต้องการประสบการณ์อาหารระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ประเทศไทยมีความต้องการเพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกันที่ 49%
ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาวิธีเพิ่มคุณค่าให้กับมื้ออาหารโดยมีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลลัพธ์สูง และสามารถปรับรสชาติให้ตรงกับความชอบเฉพาะบุคคล เครื่องปรุงจึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม โดยผลการศึกษาล่าสุดยังระบุว่า ผู้บริโภคทั่วโลกถึง 90% เปิดรับและพร้อมทดลองผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรูปแบบใหม่








