ประกันสังคมเปิดโครงการสินเชื่อซ่อมแซมหรือสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท
สำนักงานประกันสังคม เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยจัดทำ “โครงการสินเชื่อซ่อมแซมหรือสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้” ครอบคลุมจังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนให้ผู้ประกันตนสามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเปิดให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 เข้าร่วม โดยผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนเดือนที่ขอใช้สิทธิ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถทำงานอยู่ในจังหวัดใดก็ได้ แต่ที่อยู่อาศัยที่ซ่อมแซมหรือสร้างต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองและตั้งอยู่ใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย และต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวอาคารก่อนได้รับความเสียหายจากอุทกภัย
สำหรับวงเงินสินเชื่อ แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่
(1) กรณีซ่อมแซมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกินรายละ 500,000 บาท
(2) กรณีสร้างที่อยู่อาศัยทดแทนที่อยู่อาศัยเดิม วงเงินไม่เกินรายละ 2,000,000 บาท
ในส่วนอัตราดอกเบี้ย โครงการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อช่วยลดภาระผู้ประกันตน ในปีที่ 1–5 อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.59 ต่อปี ปีที่ 6–8 อัตราดอกเบี้ย MRR ลบร้อยละ 2 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ลบร้อยละ 0.5 ต่อปี
ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะเต็ม ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนยื่นภายในเวลาที่กำหนดในหนังสือรับรอง แต่ปรากฏว่าวงเงินโครงการเต็มแล้ว จะถือว่าสิ้นสิทธิในการเข้าร่วมโครงการ โดยผู้ที่ทำนิติกรรมสัญญาก่อนจะได้รับสิทธิก่อน สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ ผู้ประกันตนต้องขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ จากนั้นนำหนังสือรับรองไปยื่นคำขอสินเชื่อกับธนาคารภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือรับรอง โดยธนาคารจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามหลักเกณฑ์และดุลยพินิจของธนาคาร
นางสาวกาญจนา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่สำนักงานประกันสังคมมุ่งช่วยเหลือผู้ประกันตนให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังประสบภัยพิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย และเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของผู้ประกันตนและครอบครัวในระยะยาว








