ครั้งแรก! ความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย, CHAGEE, และ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ ชวนเปิดประสบการณ์สุนทรีย์แห่งรสชาในมิติใหม่ที่ Garden of Senses: A Tea Reverie
วันที่ 16 ม.ค.69 พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย (Asian Civilisations Museum หรือ ACM) ร่วมกับแบรนด์ชาระดับโลก CHAGEE และการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ประกาศเปิดตัว “Garden of Senses: A Tea Reverie” นิทรรศการชาแบบมัลติเซนซอรีผ่านประสบการณ์ที่ผสานรสชาติ กลิ่น เสียง สัมผัส และภาพ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของชาอย่างลึกซึ้งผ่านการหล่อหลอมจากงานฝีมือ เรื่องราว และวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ สู่การพัฒนาและต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ในบริบทสมัยใหม่ เพื่อพาผู้เข้าชมดื่มด่ำไปกับโลกของชาในมิติใหม่ และค้นพบว่าชาไม่ใช่เพียงเครื่องดื่ม แต่คือศิลปะและพิธีกรรมที่สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง โดยนิทรรศการจัดแสดงทุกวันตั้งแต่ 28 มกราคม – 7 มิถุนายน 2569 ที่ พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย ณ ประเทศสิงคโปร์
Garden of Senses: A Tea Reverie จะพาผู้เข้าชมก้าวข้ามการดื่มชาแบบเดิม ๆ สู่การสัมผัสชาในทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น สัมผัส เสียง และความคิด พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าการดื่มชาเป็นมากกว่าความผ่อนคลาย แต่คือการสะท้อนวิถีชีวิตมนุษย์ และช่วงเวลาแห่งความสงบ รวมถึงการเชื่อมโยงวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่ข้ามกาลเวลา
ครั้งแรกกับความร่วมมือจากสามฝ่าย เพื่อถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมชาในมิติใหม่
“นิทรรศการที่ร่วมกันรังสรรค์ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของพิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชียกับแบรนด์ระดับโลก” Clement Onn, ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชียและพิพิธภัณฑ์เปอรานากัน กล่าว “การทำงานร่วมกับ CHAGEE และการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ทำให้เราได้ตีความและนำเสนอเรื่องราวมรดกวัฒนธรรมชาผ่านมุมมองร่วมสมัย ผ่านการผสานคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์เข้ากับงานสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การดื่มชาแบบใหม่ที่ครบทุกประสาทสัมผัสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด ด้วยประวัติศาสตร์และศิลปะแห่งชามีหลายมิติ อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมเอเชีย ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้เราได้สำรวจบทบาทของชาที่อยู่คู่ชีวิตประจำวันของผู้คน และสะท้อนคุณค่าที่คงอยู่ไม่ว่าจะผ่านยุคสมัยหรือภูมิภาคใดก็ตาม”
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนเป้าหมายของ CHAGEE ในการสร้างความเข้าใจวัฒนธรรมชาในระดับโลกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น Lawrence Wen, CEO ของ CHAGEE Singapore กล่าวว่า “ชาเป็นสื่อกลางทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะคนต่างวัยหรือต่างพรมแดน CHAGEE มองว่าชาเป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ทั้งในช่วงเวลาแห่งการแลกเปลี่ยนแบ่งปัน การพูดคุย และวิถีชีวิตประจำวัน โดยนิทรรศการนี้ เราภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการนี้กับพิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชียและการท่องเที่ยวสิงคโปร์ เพื่อชวนให้ผู้เข้าชมได้มาสัมผัสประสบการณ์ของชา ที่ไม่ใช่แค่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ยังคงเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย”
ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนแนวทางของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ในการสร้างเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยว ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่ผสานพลังของแบรนด์ระดับโลกเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อถ่ายทอดความมีชีวิตชีวาและความหลากหลายของสิงคโปร์ ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง และกลุ่มคนในสังคมที่หลากหลาย ไปจนถึงพลังสร้างสรรค์ที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าของประเทศ
Kenneth Lim, Assistant Chief Executive (Marketing Group) ของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ กล่าวว่า “นิทรรศการนี้สะท้อนจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญด้านการจัดการนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย ความเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมชาสมัยใหม่ของ CHAGEE และศักยภาพด้านการเล่าเรื่องราวจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่สดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นกับแบรนด์ระดับโลกในรูปแบบที่แปลกใหม่เช่นนี้ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาการเดินทางเพื่อสัมผัสเสน่ห์ที่แท้จริงและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร”
การเดินทางที่รังสรรค์ผ่านศิลปะแห่งชา
Garden of Senses: A Tea Reverie ถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบของการเดินทางที่ค่อย ๆ เปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมได้สัมผัส โดยผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้ากับการตีความร่วมสมัย และผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่โดยศิลปินจากสิงคโปร์ อาทิ Ashley Yeo และ Alecia Neo ซึ่งต่างนำเสนอชาในมุมมองร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
ผลงาน shade of tea ของ Ashley Yeo เชิญชวนผู้ชมให้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแห่งความสงบและการคิดใคร่ครวญ ผ่านผลงานใบชาในรูปแบบกระดาษที่ลอยละล่อง สร้างบรรยากาศเงียบสงบที่สำรวจความช้า วัสดุ และวิธีการรับรู้ที่เน้นการใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ผลงาน Symphony of Tea ของ Alecia Neo ร่วมกับนักประพันธ์เพลง Clarence Chung พร้อมผลงานวิดีโอโดย Jonathan Goh และเสียงบันทึกโดย Wesley Meow นำเสนอประสบการณ์ของชาในรูปแบบซิมโฟนี ผ่านเสียง จังหวะ ท่วงท่า และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวิดีโอ ASMR ซึ่งผลงานชิ้นนี้สะท้อนแนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะของ Alecia Neo ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกัน ผ่านการผสานภาพถ่าย วิดีโอ และงานศิลปะเชิงมีส่วนร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วยการมุ่งสำรวจแนวคิดและการถ่ายทอดคุณค่าของความเอื้อเฟื้อและการดูแลซึ่งกันและกัน
ตลอดการจัดแสดงผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใบชา เสียงอันสมจริง และกลิ่นหอมที่ชวนให้ดื่มด่ำ รวมถึงการสัมผัสอุปกรณ์ชงชาต่าง ๆ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมการดื่มชาได้หล่อหลอมและมีอิทธิพลต่อแนวคิด แนวปฏิบัติ และการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังได้นำอุปกรณ์การชงชาและการดื่มชาโบราณมาจัดแสดงในรูปแบบชิ้นงานจำลอง 3 มิติด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ควบคู่กับแก้วชาสมัยใหม่ของ CHAGEE และพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้หยุดพักและคิดทบทวน โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของชาที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน พร้อมตอกย้ำว่าชาไม่ใช่เพียงวัตถุทางวัฒนธรรม หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต และยังคงเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันในปัจจุบัน
สัมผัสประสบการณ์ป๊อปอัพสุดพิเศษริมแม่น้ำสิงคโปร์
นิทรรศการนี้จะขยายประสบการณ์ออกไปสู่ CHAGEE Pop-up บริเวณริมแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งจะนำเสนอเครื่องดื่มครบทุกเมนู พร้อมกับการนำผลิตภัณฑ์ที่เคยจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนมาให้ได้สัมผัสและเลือกซื้อได้ที่งานนี้เท่านั้น
นอกจากนี้ CHAGEE Museum Pop-up ยังมีไฮไลต์พิเศษคือการเปิดตัว CHAGEE plush charms ดีไซน์พิเศษ 2 แบบ โดยพวงกุญแจสีฟ้าอ่อนจะเป็นรุ่นลิมิเต็ดจำหน่ายให้สำหรับผู้ที่มีบัตรเข้าชมนิทรรศการเท่านั้น ส่วนพวงกุญแจสีน้ำตาลอ่อนจะเปิดจำหน่ายสำหรับลูกค้าทั่วไป ซึ่งดีไซน์ของพวงกุญแจทั้งสองรุ่นผสานสัญลักษณ์ของ “ม้า” ที่สื่อถึงเส้นทางการค้าชาในอดีตที่ใช้ม้าในการเดินทางข้ามพรมแดน เข้ากับ “เมอร์ไลออน” ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมชาและอัตลักษณ์ของสิงคโปร์ได้อย่างลงตัว
ผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ Garden of Senses: A Tea Reverie สามารถซื้อบัตรเข้าชมแบบ All Access ของพิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชียได้ โดยบัตรเข้าชมมีราคา 25 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 620 บาท) สำหรับนักท่องเที่ยว และราคา 12 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 300 บาท) สำหรับชาวสิงคโปร์และผู้พำนักถาวร ซึ่งบัตรเข้าชมแบบ All Access จะสามารถเข้าชมนิทรรศการอื่น ๆ ทั้งหมดภายในพิพิธภัณฑ์นี้ได้ในวันเดียวกัน
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ https://www.nhb.gov.sg/acm/whats-on/exhibitions/garden-of-senses รวมถึงผ่าน Trip.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตัวแทนจำหน่ายบัตรออนไลน์ อย่างเป็นทางการของนิทรรศการนี้







