ประชาสัมพันธ์

“วัตถุดิบของมื้ออาหาร: สะพานสู่ความปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนของระบบอาหารชุมชน”

แชร์ข่าว

ทุกวันของวันเรียน ห้องครัวของโรงเรียนทั่วประเทศเริ่มต้นด้วยการเตรียมวัตถุดิบที่หลากหลาย ตั้งแต่ผักใบเขียวสดใหม่ ผลไม้หลากชนิดในพื้นถิ่นที่ส่งตรงมาจากเกษตรกรในชุมชนใกล้เคียง วัตถุดิบในจานอาหารกลางวันของนักเรียนเป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งโรงเรียน เกษตรกร ผู้ปกครอง และหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งร่วมกันสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยในพื้นที่และมีคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เด็ก ๆ ในพื้นที่

จากผลการวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์วิธีปฏิบัติและโครงสร้างการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันโรงเรียนเพื่อเชื่อมโยงระบบอาหารชุมชน” ได้สะท้อนเสียงจากพื้นที่” ทั้งในแง่ของความสำเร็จ ความท้าทาย และโอกาสพัฒนาในอนาคต โดยประเด็นสำคัญที่รายงานค้นพบ คือ โรงเรียนมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวัน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณต่อหัวที่ยังไม่เพียงพอ ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างที่ซับซ้อน การตีความกฎระเบียบที่ไม่ชัดเจน รวมถึงความล่าช้าในการเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โรงเรียนจำนวนหนึ่งไม่สามารถดำเนินการซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรรายย่อยได้ แม้จะมีความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพของอาหารกลางวันก็ตาม งานวิจัยนี้จึงเสนอแนวทางเชิงนโยบายและมาตรการสนับสนุน 3 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับประเทศ ควรจัดให้มีนโยบายส่งเสริมการใช้วัตถุดิบปลอดภัยจากชุมชน พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงโรงเรียนกับแหล่งผลิต และกำหนด TOR ที่ให้ความสำคัญต่อโภชนาการและความปลอดภัยของอาหาร 2) ระดับภูมิภาคและท้องถิ่น ควรใช้กลไกของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน 3) ระดับโรงเรียน จำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านการบริหารจัดซื้อและจัดจ้าง รวมถึงการจัดสรรเจ้าหน้าที่สนับสนุนเพื่อลดภาระงานของครูผู้สอน งานวิจัยนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ระบบอาหารกลางวันของไทยไม่ได้เป็นเพียงภารกิจด้านโภชนาการ แต่เป็นกลไกเชิงพื้นที่ที่ช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา สาธารณสุข ท้องถิ่น ภาคเกษตรกรรม และชุมชน ที่ร่วมสร้าง“กลไกสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ผ่านความร่วมมือของทุกฝ่าย

จากโรงเรียนสู่โรงพยาบาล: “ตัวกลางกับการเชื่อมโยงระบบอาหารชุมชน”

หลังจากงานวิจัยเรื่อง “เมื่อมื้อกลางวันกลายเป็นสะพานเชื่อมเด็ก–ครู–ชุมชน” ได้ชี้ให้เห็นว่าระบบอาหารกลางวันโรงเรียนสามารถเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกรในท้องถิ่นกับระบบอาหารของภาครัฐ การศึกษาชุดต่อมาได้ขยายกรอบมุมมองออกไปสู่ระดับจังหวัด เพื่อทำความเข้าใจว่า “ตัวกลาง” มีบทบาทอย่างไรในการทำให้ระบบอาหารชุมชนเข้มแข็งในทุกระดับของสถาบันภาครัฐ จึงเกิดการต่อยอดมาเป็นโครงการวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์บทบาทขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นและตัวกลางในการจัดซื้อจัดจ้างอาหารโดยองค์กรสถาบันภาครัฐที่เชื่อมโยงระบบอาหารชุมชน” ทำการศึกษาในหลายพื้นที่ ได้แก่ พัทลุง เพชรบุรี บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และสระแก้ว เพื่อศึกษารูปแบบการทำงานของตัวกลางหลายประเภท ทั้งภาครัฐ เอกชน กลุ่มเกษตรกร และองค์กรพัฒนาเอกชน ถึงแม้บทบาทของตัวกลางแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน แต่ตัวกลางมีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำผลผลิตปลอดภัยจากเกษตรกรสู่ระบบอาหารของหน่วยงานภาครัฐทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาล

ดังนั้น งานวิจัยทั้งสองโครงการจะช่วยสะท้อนให้เห็นว่า ระบบอาหารชุมชนจะเข้มแข็งได้ หากมีตัวกลางหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานส่วนกลางที่ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เด็กนักเรียนได้รับอาหารที่ดีตามหลักโภชนาการ เกษตรกรมีรายได้มั่นคง และหน่วยงานรัฐเข้าถึงวัตถุดิบปลอดภัยพร้อมระบบตรวจสอบมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ ทั้งสองโครงการจึงเป็นงานวิจัยที่เสนอแนะแนวทางถึงบทบาทตัวกลางและท้องถิ่น เพื่อระบบอาหารชุมชนปลอดภัย และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

เขียนโดย นฤมล เจริญใจ และ อ.ดร. สพญ.สรัญญา สุจริตพงศ์

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

แชร์ข่าว