หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงนวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล HIDA รุ่นที่ 5 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดบรรยายพิเศษ ภาพอนาคตของสุขภาพไทย ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมสูงวัย และโภชนาการเชิงลึกเพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง ที่โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568
เริ่มด้วย ผศ.ดร.โสพิศ สว่างจิตร รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา บรรยายเรื่องบทบาทของ “วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และงานวิจัยเชิงลึกกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และลดการพึ่งพาต่างประเทศ ซึ่งเป็นแรงขับสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
จากนั้น รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขึ้นบรรยายหัวข้อ “Healthy Lifespan: อยู่ดี และ ตายดี” พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากงานวิจัยและสถานการณ์จริงที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคผู้สูงอายุ รศ.นพ.ฉันชายชี้ว่า แม้อายุเฉลี่ยของคนไทยและคนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น แต่ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง “การมีชีวิต” กับ “คุณภาพชีวิต” ยาวนานกว่าที่เคย
เพราะสุขภาพไม่ได้ถูกกำหนดด้วยแพทย์หรือโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่กว่า 70% มาจากพฤติกรรมประจำวันของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับ ความเครียด หรือสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหามลพิษ PM2.5 ที่งานวิจัยชี้ว่าทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรลดลงเกือบ 1 ปีต่อค่าฝุ่นที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก “ข้อมูลสุขภาพผิด ๆ” บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งวิทยากรเตือนว่ามีอิทธิพลทำให้คนจำนวนมากใช้วิธีรักษาแบบผิดหลักการ และเสี่ยงต่ออันตรายโดยไม่รู้ตัว
ปิดท้ายด้วยการบรรยายจาก ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ ที่ปรึกษาสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “โภชนาการในรูปแบบต่าง ๆ” เน้นย้ำส่า “พฤติกรรมการกิน” คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดทั้งสุขภาพและการเกิดโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือด ซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นในไทย
ผศ.ดร.ชนิดา ได้อธิบายเผยแนวคิด “Siam Diet” หรือการประยุกต์อาหารไทยแบบดั้งเดิมให้เหมาะสมต่อสุขภาพยุคใหม่ ชี้เป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยจุดเด่นของอาหารไทยแท้ที่อุดมด้วยผัก สมุนไพร และวัตถุดิบธรรมชาติ เมื่อปรับวิธีการเลือกสรรและจัดสัดส่วนอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสมดุลโภชนาการได้เป็นอย่างดี
ผศ.ดร.ชนิดา ระบุว่า อาหารไทยดั้งเดิมมีศักยภาพสูงในการป้องกันโรค ทั้งโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะอ้วนลงพุง เนื่องจากเน้นวัตถุดิบสดใหม่ ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แต่ปัญหาในปัจจุบันคือรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น การกินหวานจัด มันจัด และเค็มจัด รวมถึงการใช้วิธีทอดเป็นหลัก จึงทำให้คุณค่าของอาหารลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง
ซึ่งแนวทาง Siam Diet จึงมุ่งให้ประชาชนหันกลับมาเลือกอาหารตามแบบดั้งเดิมมากขึ้น โดยมีหลักสำคัญ ได้แก่เลือกข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสีแทนข้าวขาว เพื่อเพิ่มใยอาหารและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มผักพื้นบ้าน เช่น ชะอม เห็ด ผักหวาน ใบย่านาง และผักกูด ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ใช้วิธีการปรุงแบบนึ่ง ต้ม หรือย่างแทนการทอด ลดปริมาณไขมันส่วนเกิน ลดการปรุงรสจัด โดยเฉพาะน้ำตาล น้ำปลา และซอสโซเดียมสูง เพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง
ผศ.ดร.ชนิดา เน้นว่า หากประชาชนเข้าใจแนวคิด และจัดสัดส่วนอาหารไทยให้เหมาะสมในแต่ละมื้อ จะช่วยให้ Siam Diet กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน พร้อมผลักดันให้ภูมิปัญญาอาหารไทยก้าวสู่การเป็นต้นแบบโภชนาการเชิงป้องกันในระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 มี ดร.สมชาย อัศวเศรณี เป็นประธานหลักสูตร และ พล.อ.ท.(ญ) ผศ.ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร โดยมุ่งบูรณาการศาสตร์การแพทย์ทั้ง 6 มิติ ได้แก่ แพทย์แผนปัจจุบัน–แพทย์แผนไทย–แพทย์แผนจีน–ดุลยภาพบำบัด–โฮมีโอพาธีย์ และศาสตร์แห่งความสุขเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพไทยให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล








