บทความการเมือง

เจาะลึกโพลลับ! กับวิบากกระแสต้านพรรคประชาชน เสี่ยงซ้ำรอยอดีต!?

แชร์ข่าว

จับตาศึกชี้ชะตาเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569! เมื่อโพลลับเผยภาพ "ยักษ์ใหญ่" ชน "ยักษ์ใหม่" พรรคประชาชนเจอเกมรุมกินโต๊ะรอบทิศ ขณะที่ภูมิใจไทยรวบรวมบ้านใหญ่บี้สูสี 150 เสียง สกัดทางแชมป์เก่าท่ามกลางกระแสต่อต้านที่พุ่งสูง บทเรียนจากอดีตจะซ้ำรอยหรือไม่?

เปิดโพลลับพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ของ 3 พรรคหลัก พบว่าพรรคประชาชนจะยังครองคะแนนเสียงข้างมาก 150 เสียงบวกลบ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยจะมีคะแนนเสียง 150 เสียงบวกลบเช่นกัน ส่วนเพื่อไทยจะอยู่ที่ 80 เสียงบวกลบ

สถานการณ์ดูเหมือนว่ากระแสต่าง ๆ จะพยายามโฟกัสไปที่ “ยักษ์ใหญ่” กับ “ยักษ์ใหม่” คือ พรรคประชาชนที่เป็นแชมป์เก่า กับพรรคภูมิใจไทยที่รวบรวมบ้านใหญ่มาอยู่กับพรรคได้มากที่สุด และกันพรรคเพื่อไทยไปอยู่ในอันดับที่ 3 นั่นทำให้พรรคประชาชนในฐานะแชมป์เก่า นอกจากจะต้องป้องกันแชมป์ ซัดกันนัวกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ถูกรุมกินโต๊ะจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคประชาชนกำลังเผชิญกับบทพิสูจน์ที่หนักหนากว่าสมัย "ก้าวไกล" หลายเท่าตัว แม้จะไม่มีการนำประเด็นอ่อนไหวอย่าง ม.112 มาหาเสียงและเป็นนโยบายอีก แต่ก็ไม่รอดพ้นจากกระแสต่อต้านที่เป็นรูปธรรม การที่ "เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" และ "ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" ประสบเหตุการณ์ถูกแม่ค้าและมวลชนบางกลุ่มในจังหวัดชลบุรีและขอนแก่นตะโกนไล่พ้นพื้นที่ตลาด บอกว่าไม่ต้อนรับพรรคที่มีนโยบายแก้ไข ม.112 หรือนโยบายเกี่ยวกับกองทัพ

ก่อนหน้านี้ในปี 2563 ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อบจ. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และกลุ่มคณะก้าวหน้า เคยถูกมวลชนฝ่ายตรงข้ามปิดล้อมรถและตะโกนโห่ไล่ในหลายจังหวัด เช่น นครศรีธรรมราช และสมุทรปราการ โดยกลุ่มผู้ประท้วงมักยกประเด็นเรื่องสถาบันฯ มาเป็นเหตุผลในการขับไล่ ผลเลือกตั้งที่ออกมาคณะก้าวหน้าพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ไม่สามารถช่วงชิงตำแหน่งนายก อบจ. มาได้เลยสักจังหวัด

พรรคเพื่อไทยในช่วงความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม "เสื้อเหลือง" และ "เสื้อแดง" แกนนำพรรคเพื่อไทยไม่สามารถลงพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน หรือพื้นที่ภาคใต้บางจุดได้ เนื่องจากจะถูกมวลชนฝ่ายตรงข้ามรวมตัวประท้วงและโห่ไล่ ซึ่งส่งผลลบอย่างชัดเจนต่อที่นั่ง สส.กทม. ที่ลดลงเหลือเพียง 10 ที่นั่ง ต่างจากช่วงไทยรักไทยในปี 2548 ที่ได้ สส.กทม. มากที่สุดถึง 32 ที่นั่งจากทั้งหมด 37 ที่นั่ง ในส่วนของภาคใต้นั้นไม่ได้มีฐานเสียงอยู่แล้วจึงไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่างจากปี 2548 ที่ได้ สส.ใต้ มา 1 ที่นั่ง

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงที่ความขัดแย้งรุนแรง แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก็มักจะถูกกลุ่มมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางจังหวัดโห่ไล่ หรือมีการปะทะกันของมวลชนเมื่อลงพื้นที่หาเสียงเช่นกัน โดยในปี 2554 ในฐานะรัฐบาล (ยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เผชิญกับการประท้วงและโห่ไล่แทบทุกครั้งที่ลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยกลุ่มคนเสื้อแดง (นปช.) มักจะมารวมตัวกันตะโกนไล่ หรือบางครั้งถึงขั้นขว้างปาสิ่งของใส่ขบวนรถ

เป็นปีที่คุณอภิสิทธิ์ลงพื้นที่หาเสียงในภาคเหนือได้ยากลำบากที่สุด หลายครั้งต้องใช้กำลังตำรวจจำนวนมากคอยอารักขา และบางเวทีปราศรัยต้องถูกยกเลิกเนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงกดดันอย่างหนัก เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ส่งผลให้จำนวน สส.ภาคเหนือลดลง จาก 16 ที่นั่งเหลือ 13 ที่นั่ง และเสียพื้นที่ในหลายจังหวัดสำคัญให้กับพรรคเพื่อไทย

สถานะของพรรคประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 นี้ จึงกลายเป็น "เป้าใหญ่" ที่ทุกพรรคจ้องรุม น่าติดตามว่าจะฝ่าด่านนี้ไปได้อย่างไร

#เลือกตั้ง69 #พรรคประชาชน #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #การเมืองไทย #โพลเลือกตั้ง