บทความการเมือง

อดีตไล่ล่า!! พรรคส้มสำลักคำพูด วาทกรรม ม.112-ด้อยค่ากองทัพ ดิ้นกลางสมรภูมิเลือกตั้ง

แชร์ข่าว

ในช่วงวันหยุดปีใหม่ แม้ชายแดนจะหยุดยิง แต่ท่ามกลางบรรยากาศเลือกตั้งที่ตึงเครียด กลับมีประเด็นร้อนแรงเดือดขั้นสุด หลัง พล.ท.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก เปิดหน้าชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้ความจริงจากสนามรบมา “ทลาย 3 วาทกรรม” ได้แก่ ทหารมีไว้ทำไม, ทหารไทยรบแพ้แน่ และทหารชั้นผู้น้อยหรือทหารชั้นล่าง โดยเน้นย้ำว่านายพลเดินเต็มแนวหน้า และกระสุนไม่เลือกยศ ถือเป็นการตบหน้าฝ่ายที่พยายามด้อยค่ากองทัพด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์

เมื่อกองทัพชูความชอบธรรมเรื่องอธิปไตย แกนนำพรรคส้มกลับนั่งไม่ติด อดรนทนไม่ได้ รีบออกมา “แก้ต่าง” เพื่อไม่ให้เสียรังวัด

“ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ออกมาโต้ในเชิงเสียดเย้ย เบี่ยงประเด็นจากเรื่องการรบ ไปสู่เรื่อง “ทหารรับใช้” และ “ธุรกิจกองทัพ” ทั้งสนามกอล์ฟ เลี้ยงไก่ และซักกางเกงใน เพื่อดึงกระแสกลับมาสู่การด้อยค่าภาพลักษณ์ตัวบุคคลในกองทัพแทน

ขณะที่ รังสิมันต์ โรม ออกมาปั้นวาทกรรมเชิงตัดพ้อว่า พรรคถูกใส่ร้ายกรณีมาตรา 112 และด้อยค่ากองทัพ เพราะกลัว “พรรคส้ม” เป็นรัฐบาลแล้วจะเข้าไปทลายขุมทรัพย์ทุจริต ตั๋วช้าง และทุนเทา โดยพยายามโยงทุกอย่างเข้ากับเรื่องผลประโยชน์ เพื่อหนีจากประเด็น “ความมั่นคง” ที่กองทัพเพิ่งพิสูจน์ไป

ทำให้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกจดหมายเปิดผนึกถึง “โรม” หลังเห็นพฤติกรรมการตอบโต้ที่พยายามผลักคนเห็นต่าง รวมถึงกองทัพ ให้กลายเป็นพวก “ทุนเทา” จึงโพสต์เตือนสติอย่างรุนแรง พร้อมชี้ว่าพฤติกรรมของพรรคส้มกำลังเดินตามรอย “พรรคแมลงสาบ” ที่สุดท้ายจะถูกประชาชนทอดทิ้ง

ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์มีการขุดคลิปของแกนนำพรรคส้ม โดยเฉพาะคำปราศรัยของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 ที่ระบุว่า “80 ปีผ่านไป ประเทศไทย ทหารมีไว้ทำไม เพราะคุณจะไปรบกับใคร สมมติจะมีคนมารุกราน ผมก็ไม่เชื่อว่าจะรบชนะ และอีกอย่างเป็นเรื่องของอาวุธ ประเทศที่มั่นอยู่ใกล้ ๆ กัน ที่มันเคยทะเลาะกัน มันไม่ทะเลาะกันแล้ว”

นอกจากนี้ ยังมีการขุดคลิปที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ของแกนนำพรรคส้มหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ชัยธวัช ตุลาธน ที่ระบุว่า “มาตรา 112 ต้องถูกยกเลิกใช่หรือไม่” "ไอติม" พริษฐ์ วัชรสินธุ์ ที่ระบุว่า “ส่วนตัวผมรู้สึกว่ายกเลิกเลย” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ระบุว่า “มาตรา 112 ถึงที่สุด มันต้องยกเลิกได้” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ระบุว่า “ตอนนี้ผมติดสติกเกอร์ตรงคำว่ายกเลิก” และพรรณิการ์ วานิช ที่ระบุว่า “ใครอยากยกเลิก 112 มากองกันตรงนี้ค่ะ”

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้พรรคประชาชนกำลังถูก “อดีต” ไล่ล่า แม้จะไม่ได้นำประเด็นมาตรา 112 มาหาเสียงในการเลือกตั้งรอบนี้ และพยายามพลิกบทเป็น “ผู้ถูกกระทำ” หรือ “เหยื่อ” ที่ถูกใส่ร้าย แต่ “ดิจิทัลฟุตปรินต์” กลับเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนอุดมการณ์

ภาพรวมสะท้อนว่า พรรคประชาชนกำลังอยู่ในภาวะ “ตั้งรับ” มากกว่า “รุก” โดนสะเก็ดระเบิดจากการที่กองทัพยกความจริงหักล้างวาทกรรม แม้พยายามเบี่ยงประเด็นไปเรื่องทุนเทาเพื่อหาทางลง แต่กลับถูกกระชากหน้ากากคนดี การโต้กลับจึงถูกมองว่าเป็นการ “ดิ้นรนครั้งสุดท้าย” เพื่อรักษาฐานมวลชนที่เริ่มสั่นคลอน และความล้มเหลวจากการตอบโต้ด้วยวาทกรรม มากกว่าตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง

#การเมืองไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพ #พรรคประชาชน #พรรคส้ม #วาทกรรมการเมือง #ความมั่นคง #ดิจิทัลฟุตปรินต์ #ข่าวการเมือง #ข่าวไวรัล