“บิ๊กดุลย์“ ชี้ สงคราม “จอมือถือในมือของประชาชน” สนามรบข่าวสารสั่งยกระดับ การสื่อสาร 3 เรื่องSingle Source of Truth) สื่อสารจากแหล่งข้อมูลเพียงหนึ่งเดียว ยกระดับความรู้เท่าทันข้อมูล-ดิจิทัลและ สื่อสารเชิงรุก ไม่รอให้เกิดข่าวปลอม ก่อน
วันที่ 24 ส.ค.69 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ต้อนรับ
พลโท อดุลย์ เน้นย้ำว่า สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ภัยคุกคามไม่ได้เริ่มต้นจากพื้นที่ชายแดนหรือการใช้กำลังทางทหารเพียงอย่างเดียว
แต่อาจ “เริ่มต้นจากจอมือถือในมือของประชาชน” เนื่องจากสังคมข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งสาร ขณะที่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ รวมถึงความคิดเห็นที่ถูกนำเสนอเสมือนเป็นข้อเท็จจริง สามารถแพร่กระจายและส่งผลต่อการรับรู้และความเชื่อของสังคมได้ในเวลาอันสั้น
ยกระดับการสื่อสาร 3 เรื่องสำคัญ
โดย กำชับให้กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพยกระดับการสื่อสารและการรับมือภัยคุกคามด้านข้อมูลข่าวสาร โดยเร่งดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ประการแรก จัดให้มีแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เพียงหนึ่งเดียว (Single Source of Truth) เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์ด้านความมั่นคง ทุกหน่วยสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็วว่า อะไรจริง อะไรไม่จริง และข้อมูลใดสามารถเปิดเผยต่อประชาชนได้ โดยทุกหน่วยต้องยึดข้อเท็จจริงชุดเดียวกันและสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนและความสับสนที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
ประการที่สอง ยกระดับความรู้เท่าทันข้อมูลและดิจิทัล (Information & Digital Literacy) ของกำลังพลทุกระดับ ให้สามารถรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) ภาพหรือเสียงปลอมจากปัญญาประดิษฐ์ (Deepfake) การหลอกลวงทางสังคม (Social Engineering) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threat)
รวมถึงสร้างความตระหนักด้านการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ (Operational Security: OPSEC) ให้กำลังพลรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรเผยแพร่ ข้อมูลใดอาจส่งผลกระทบต่อภารกิจ และต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อพบข้อมูลที่น่าสงสัย โดยย้ำว่า ความมั่นคงด้านข้อมูลข่าวสารไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยประชาสัมพันธ์หรือหน่วยไซเบอร์เท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบของกำลังพลทุกคน
ประการที่3 ปรับจากการสื่อสารเชิงรับ (Reactive Communication) ไปสู่การสื่อสารเชิงรุก (Proactive Communication) ไม่รอให้เกิดข่าวปลอมหรือความเข้าใจผิดแล้วจึงออกมาชี้แจง แต่ต้องสื่อสารข้อเท็จจริงที่สามารถเปิดเผยได้อย่างสม่ำเสมอ สร้างความเข้าใจล่วงหน้า และสะสมความน่าเชื่อถือก่อนเกิดสถานการณ์วิกฤต
สรุปหลักสำคัญว่า “ข้อมูลต้องจริง คนต้องรู้เท่าทัน และการสื่อสารต้องนำสถานการณ์” เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม ลดพื้นที่ของข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน และสร้างความเชื่อมั่นว่า เมื่อเป็นข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ประชาชนสามารถเชื่อถือได้ และ ทบทวนโครงสร้างจากบทเรียนการรบ–ขีดความสามารถต้องตอบภัยคุกคามจริง








