ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” นายกฯ จับมือ “ลักซอน” ตั้งเป้าการค้าโต 3 เท่า จาก 1.05 แสนล้านบาท แตะ 2.46 แสนล้านบาท พร้อมปักหมุดฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์ มี.ค. 2570
วันที่ 21 ส.ค. เวลา 12.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศนิวซีแลนด์) ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ภายหลังเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคีถึงความสำเร็จในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
นายคริสโตเฟอร์ ลักซอึน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าการพบปะหารือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในวาระครบรอบ 70 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต โดยนิวซีแลนด์มองว่า ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของอาเซียน ซึ่งเป็นประตูเชื่อมโยงไปสู่ตลาดผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคน ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท) โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าให้เป็น 3 เท่าภายในปี 2588 ควบคู่ไปกับการยกระดับข้อตกลงการค้าเสรีนิวซีแลนด์-ไทยให้ทันสมัย นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมประกาศมอบเงินสนับสนุน 5 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 105 ล้านบาท) แก่สถาบันความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค อีกทั้งยังมีการลงนามข้อตกลงเชิงพาณิชย์ฉบับใหม่ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการผลิตขั้นสูงรวมถึงเทคโนโลยีอวกาศอีกด้วย
ด้านนายอนุทิน กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยตนและนายกรัฐมนตรีลักซอนได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action 2026–2030) เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชน
โดยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ส่วนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม จะมุ่งขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2588 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย–นิวซีแลนด์ (TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมเดินทางมาแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ ด้วย
สำหรับความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน จะส่งเสริมการพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ตลอดจนความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคีที่ทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนนำ เอเปค และเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ พร้อมยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานเพื่อส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯ ทั้งสองได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือรวม 4 ฉบับ ได้แก่ ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.พ. และ Education New Zealand บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ และความตกลงของภาคเอกชนระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าจะมีความใกล้ชิดและมีพลวัตมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องน่ายินดีที่การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการศึกษา ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีลักซอน รัฐบาล และประชาชนชาวนิวซีแลนด์ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้
#ไทยนิวซีแลนด์ #หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ #อนุทิน #ลักซอน #การค้าไทยนิวซีแลนด์ #บินตรงกรุงเทพโอ๊คแลนด์ #เศรษฐกิจ #การลงทุน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








