“ชลิต รัษปานะ” ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม หมายเลข 45 ทีมประกันสังคมก้าวหน้า หอบหลักฐานยื่นร้อง กมธ.กฎหมายฯ และ กมธ.ติดตามงบฯ หลังถูกสำนักงานประกันสังคมตัดสิทธิ์รับเลือกตั้ง อ้างขาดคุณสมบัติผู้ประกันตน เจ้าตัวฉุน ยืนยันจ่ายสมทบมาตลอด จ่อยื่นอุทธรณ์และฟ้องศาลปกครอง 21 ส.ค. นี้ ด้าน “โรม-ไอซ์” รับเรื่องพร้อมสอบโปร่งใส ยันไม่ใช่การเอาการเมืองมากดดัน
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ร่วมกันรับหนังสือร้องเรียนจาก นายชลิต รัษปานะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) หมายเลข 45 สัดส่วนผู้ประกันตน จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า กรณีถูกสำนักงานประกันสังคมตัดสิทธิ์การเป็นผู้สมัคร
นายชลิต เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในรักษาการบอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ แต่วันนี้กลับถูก คณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคม (กกต.สปส.) ตัดสิทธิ์ โดยอ้างว่าตนขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ประกันตน ซึ่งตนขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากตนส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 มาอย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปี และแม้จะมีการเลิกจ้าง แต่ข้อมูลในแอปพลิเคชัน SSO+ ก็ระบุชัดเจนว่ายังคงสถานะผู้ประกันตนในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม อีกทั้งในเดือนเดียวกันตนได้ยื่นสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จึงถือว่ามีสิทธิ์สมบูรณ์ในการลงสมัคร
นายชลิต กล่าวอีกว่า การตัดสิทธิ์ครั้งนี้มีความลักลั่นและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง โดยผู้ที่ลงนามตัดสิทธิ์คือผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ซึ่งตนเคยมีข้อถกเถียงอย่างหนักในประเด็นการปรับสูตรการเลือกตั้งและการเลื่อนวันเลือกตั้ง จึงเชื่อว่าอาจมีเรื่องการเมืองและเจตนาการกลั่นแกล้งเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากตนได้ติดตามตรวจสอบการทุจริตภายในสำนักงานประกันสังคมและยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. มาโดยตลอด ทั้งนี้ ในวันที่ 21 สิงหาคม ตนจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ต่อ กกต.สปส. พร้อมพิจารณายื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
ด้าน น.ส.รักชนก ตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองจากความไม่พอใจที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าตรวจสอบสำนักงานประกันสังคมอย่างเข้มข้น และเพิ่งแพ้คดีในศาลปกครองกรณีชะลอการเลือกตั้ง ขณะที่ นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า กมธ.การกฎหมายฯ จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรอบคอบและเปิดเผย พร้อมสู้บนโต๊ะอย่างโปร่งใสโดยฟังความจากทุกฝ่าย เพื่อคุ้มครองสิทธิ์และรักษาประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่การใช้การเมืองเข้ามากดดันแต่อย่างใด








