วันที่ 19 ส.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ”กวาดบ้านกลางกรุง”บุกทลายขบวนการสวมสิทธิ์ทำบัตรสีชมพู ให้เด็กต่างด้าวโดยย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดง โดยจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย จากมีการแจ้งเบาะแสไปที่ป.ป.ท.ว่า สำนักงาน ป.ป.ท.ได้รับเบาะแสมาระดับหนึ่งว่า มีเรื่องของการทุจริตสวมสิทธิ์บัตรสีชมพู และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งทางสำนักงาน ป.ป.ท.เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนขยายผลนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายเมื่อวันที่ 18 ส.ค.โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย กทม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทุกคนระดมสรรพกำลังร่วมกันบังคับใช้กฎหมาย และต้องขอบคุณทางศาลที่อนุมัติหมายจับ และหมายค้น จนเราบรรลุวัตถุประสงค์ของการเข้าปฏิบัติการ
นายภูมิวิศาล กล่าวว่า ส่วนของกทม. ทางผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งการพล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมปฏิบัติการ จนเรามีข้อมูลที่สำคัญได้ส่งมอบให้ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม.เพื่อไปดำเนินการต่อแล้ว และทางสำนักงาน ป.ป.ท.จะไปดำเนินการต่อเช่นกัน ซึ่งข้อมูลนี้สำคัญมาก
เมื่อถามว่า นอกเหนือจากการเข้าปฏิบัติเมื่อวันที่ 18 ส.ค.จากข้อมูลของ ป.ป.ท.ยังมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้หรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า ตนคิดว่าเขาไม่ได้ทำคนเดียว เพราะทำมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว คิดว่าคงมีคนที่อยู่ร่วมขบวนการอีก หมายถึงที่ตรงอื่นอีก ซึ่งคงไม่ใช่ตรงนี้ที่เดียว อย่างที่เรียนทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับข้อมูลที่สำคัญจากปากคำของผู้ที่เราดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ไปแล้ว คิดว่าข้อมูลตรงนี้จะไปขยายผลได้อีกมาก
เมื่อถามว่า จากการเข้าจับกุมผู้ที่ทำหน้าที่นายหน้าระบุมีการทำกันทุกเขต นายภูมิวิศาล กล่าวว่า นี่แหละที่ตนบอกว่าเป็นข้อมูลสำคัญ ทุกคนได้ยิน แต่เราเองไม่สามารถเชื่อในคำพูดนั้นได้เพียงอย่างเดียว คงต้องมีการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และลงไปดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนของลูกหลานคนต่างด้าว 140 คน ที่ตรวจพบมีชื่อสวมสิทธิ์เข้าทะเบียนบ้านทิพย์ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายภูมิวิศาล กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ป.ป.ท.ต้องเดินหน้าต่อไป จุดนี้ถือเป็นเรื่องต้นกำเนิด เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทำตามระเบียบข้อบังคับ ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่ ถ้าคุณทำวันนั้นตามกฎหมาย คงไม่เกิดเรื่องแบบเมื่อวันที่ 18 ส.ค.แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นเลยว่า ไปอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายไปทำอะไรหรือไม่ คุณเป็นข้าราชการ และเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ คุณยังทำให้เรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เราคงไม่ปล่อยให้ทำเรื่องแบบนี้ที่ไม่ดีเกิดขึ้นอีก ต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างเข้มข้น








