'ประธานวิปฝ่ายค้าน' สะกิด 'อนุทิน' หยุดยุ่งงานฝ่ายค้าน ให้หันมาห่วงผลงานรัฐบาลตัวเองที่ทุจริตพุ่ง ทั้งคดีฮั้ว สว.-สอบท้องถิ่น-TH-Passport ท้าถ้ามั่นใจตอบได้ทุกคำถาม สมัยประชุมหน้าอย่าโดดตอบกระทู้สดฝ่ายค้าน ยืนยันยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.151 ปลาย ส.ค. นี้แน่นอน
วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านรับรู้ร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาแล้วว่าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ ซึ่งเมื่อเปิดประชุมสภาช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะมีการประสานงานอย่างเป็นทางการเพื่อหารือเรื่องกรอบเนื้อหา ระยะเวลา และรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกเสนอญัตติขอเปิดอภิปราย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า แม้กรอบเนื้อหาหลักจะอยู่ในขั้นตอนการหารือระหว่างพรรคร่วม แต่ในส่วนของพรรคประชาชนได้มอบโจทย์ให้ สส. รวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ประเด็นหลักจะมุ่งเน้นไปที่ความผิดพลาดทางนโยบายและข้อครหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่ปรากฏต่อสาธารณะ เช่น คดีโกง สว., การทุจริตสอบท้องถิ่น, โครงการ TH-Passport รวมถึงประเด็นทุจริตเชิงลึกอื่นๆ ที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินผลงานในการอภิปรายครั้งนี้
ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความมั่นใจว่าพร้อมตอบทุกคำถาม และเปรยว่าหากฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายฯ ก็จะไม่มีผลงานนั้น นายพริษฐ์ ตอบโต้ว่า นายอนุทินควรกังวลเรื่องผลงานของรัฐบาลมากกว่า เพราะตั้งแต่เข้ามาบริหาร ประเทศไทยเผชิญปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่หนักหนาสาหัสขึ้น อีกทั้งยังมีการกู้เงินผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในปริมาณสูง ซึ่งต้องรอดูว่าจะแก้ปัญหาปากท้องได้จริงหรือไม่
"หากนายกฯ อนุทิน บอกว่าถามอะไรก็ตอบได้หมด เหตุใดในสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา เราไม่เคยเห็นนายกฯ อนุทิน มาตอบกระทู้สดในสภาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉะนั้น หวังว่าในสมัยประชุมสภาที่จะมาถึงนี้ จะมาตอบกระทู้สดตามหน้าที่ และไม่ใช่แค่กระทู้สดของฝั่งรัฐบาลที่ชงคำถามไว้ล่วงหน้า แต่ต้องมาตอบกระทู้สดของฝ่ายค้านด้วย" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ ย้ำว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่ 2 บทบาทคู่ขนานกัน ทั้งการตรวจสอบรัฐบาลผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งขณะนี้มีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. ฝ่ายค้าน รอการพิจารณาอยู่ราว 40–50 ฉบับ (เช่น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ, พ.ร.บ.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, พ.ร.บ.แรงงาน) จึงอยากขอความร่วมมือจากประธานสภาผู้แทนราษฎร และวิปรัฐบาล ให้เพิ่มวันประชุมสภาสำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ เพื่อไม่ให้ร่างกฎหมายของประชาชนถูกร่างของ ครม. แซงคิวตามข้อบังคับ
สำหรับความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการลงมติไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 นั้น นายพริษฐ์ ทิ้งท้ายว่า อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด แม้พรรคร่วมฝ่ายค้านอาจมีความเห็นหรือนโยบายบางเรื่องต่างกัน แต่เชื่อมั่นว่าจะมีความเห็นร่วมกันในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่








