เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 15 ส.ค.ที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลําโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน DIGITAL SHIELD ว่า งานนี้เป็นงานรณรงค์เราต้องกระจายข่าวสารในงานนี้ไปให้ทั่วทุกรูปแบบ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้ว่า การหลอกลวงทางเทคโนโลยีและการสื่อสารเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ในเรื่องพื้นฐาน เช่นหากใครโทรมาขอให้โอนเงิน หรือใครโทรมาแจ้งว่าเราเป็นหนี้ แม้แต่บอกว่าญาติของเราเป็นหนี้และว่าเราไปทำผิดตรงนี้มาตรงนั้นมา ต้องจ่ายค่าปรับก็ขอให้พึ่งบอกกับตนเองก่อนว่า ไม่ต้องทำตามนั้น แม้ว่าเขาจะขู่อย่างไรก็ตาม ถ้าสามารถไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และตำรวจกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะประสานงานกันเร่งจับตัวมิจฉาชีพเหล่านั้นมาดำเนินคดี
นายอนุทินย้ำว่า นี่คือการให้ข้อมูลที่ให้ได้มากที่สุด ให้พี่น้องประชาชนเชื่อว่าการที่ร่ำรวยข้ามคืนได้ผลตอบแทนเยอะๆ จากการโทรศัพท์ 1-2 สาย นั้นไม่มีจริงหรอก มีแต่เรื่องของการหลอกลวงที่ทำให้เราเดือดร้อน
เมื่อถามว่า จากสถิติตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลชุดที่แล้วจนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ แก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ลดลงไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ นายอนุทิน กล่าวว่า จากสถิติที่ทำมาร่วมกับหลายภาคส่วนเช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็เข้ามาร่วมด้วยนั้น เรื่องของอาชญากรรมเหล่านี้และเกี่ยวโยงกับพวกสแกมเมอร์ด้วยในช่วง 6-7 เดือนนั้นลดลงมาเกิน 50% ก่อนจะชี้ไปยัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วบอกว่า วันนั้นผู้ช่วยผบ. ตร.และทาง ปปง. รายงานมาว่าตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม นั้นลดลงถึง 50% และสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และไล่ตามยึดทรัพย์ ที่เป็นเงินสด ซึ่งบางทีกว่าจะไล่ตามก็อาจจะหายไปแล้ว หรือกว่าจะเอามาคืนได้ เขาก็เอาทรัพย์สินตรงนี้ไปฟอกหรือเอาที่เรายึดมาได้ไปขายทอดตลาดเสียก่อน มันก็เสียเวลา
เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณคดีการหลอกลวงไว้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งไว้สูงสุดแหละครับ ต้องมีการรณรงค์อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อ ที่น่าตกใจคือหลายคน ที่เป็นเหยื่อบางคนเป็นข้าราชการ มีเงินบำเหน็จบำนาญเก็บเอาไว้พอคอลเซ็นเตอร์ โทรมาครั้งเดียวมาหลอกให้ลงทุน แล้วบอกว่ามีผลตอบแทนสูง ก็โอนเงินไปหมดเลยเท่าที่มีอยู่ 4 ล้าน 5 ล้านบาท ที่เก็บมาทั้งชีวิต ถ้าไม่ตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่เป็นหนี้เป็นสิน และเกษียณได้อย่างมีความสุขเพราะฉะนั้นเราก็อย่าโลภด้วย
"ในโลกนี้อีซี่มันนี่ไม่มีหรอกครับ ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ไปเชื่อเรายังหาเองยังหาไม่ได้ ไปเชื่อให้คนอื่นมาหาให้ ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่มี" นายอนุทินกล่าว








