"ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน จี้โรงเรียนทั่วประเทศคุมเข้มความปลอดภัยรับมือข้อความข่มขู่ พร้อมเผยพรรคเตรียมเสนอร่างกฎหมายคุมอาวุธปืนประกบสภา ย้ำชัดเพิ่มโทษรุนแรงแค่ไหนก็ไร้ผล หากการบังคับใช้กฎหมายล้มเหลว ชี้ทุกคนต้องเสมอภาค ไม่เว้นแม้นักการเมืองใหญ่
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อความข่มขู่ที่สร้างความวิตกกังวลในสถานศึกษาว่า ไม่ว่าข้อความดังกล่าวจะเกิดจากเจตนาจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อสร้างผลกระทบต่อจิตใจและความปลอดภัยในโรงเรียนแล้ว จึงขอเรียกร้องให้ผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งดูแลสอดส่องและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุด ในส่วนของพรรคประชาชนได้มีการหารือภายในถึงการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย รวมถึงนโยบายควบคุมอาวุธปืนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากพรรคอื่นอย่างพรรคภูมิใจไทยมีการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภา ทางพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะเสนอร่างกฎหมายและข้อเสนอของพรรคเข้าประกบในการพิจารณาด้วยเช่นกัน
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญไม่แพ้ตัวข้อกฎหมายคือ "กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย" เพราะต่อให้แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษให้รุนแรงมากเพียงใด แต่หากกระบวนการบังคับใช้ล้มเหลว กฎหมายที่มีโทษสูงขึ้นอาจกลายเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตใช้เป็นช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์เข้าตัวเอง ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องทำควบคู่กันทั้งการปรับปรุงข้อกฎหมายและการปฏิรูปการบังคับใช้
เมื่อถามถึงข้อวิจารณ์เรื่องนักการเมืองครอบครองอาวุธปืนจำนวนมาก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นักการเมืองไม่ได้ต่างจากประชาชนทั่วไป ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันอย่างเสมอหน้า ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใดก็ตาม
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงภาพข่าวที่ผ่านๆ มาว่า เมื่อผู้ต้องหาที่เป็นนักการเมืองใหญ่เข้าสู่กระบวนการสอบสวน กลับได้รับเอกสิทธิ์บางประการ เช่น ไม่ต้องถูกสวมกุญแจมือ หรือสามารถสูบบุหรี่ในห้องสอบสวนร่วมกับตำรวจได้ ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้สังคมและตนเองรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เพราะกลายเป็นว่านักการเมืองกับประชาชนทั่วไปได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันในกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่ากรณีที่ทางตำรวจออกมาชี้แจง และนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์ไปกำชับการทำงานของตำรวจนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตำรวจอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ดังนั้นสิ่งที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุดไม่ใช่แค่การออกข่าวหรือคำพูดว่าจะเอาจริง แต่คือ "ผลลัพธ์และการกระทำที่เกิดขึ้นจริง"
สำหรับมาตรการกวาดล้างและจำกัดอาวุธปืนให้อยู่ในระบบ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีข้อเสนอเชิงนโยบายหลายประการ ซึ่งคณะทำงานด้านกฎหมาย โดย นายกิตติพงษ์ อาจสบดินทร์ สส. พรรคประชาชน พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่สุดท้าย การจะนำปืนกลับเข้าสู่ระบบหรือเรียกคืนอาวุธปืนได้จริงหรือไม่ ก็ต้องย้อนกลับมาที่โจทย์เดิม คือ "ประสิทธิภาพและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล"








