เมื่อเวลา 08.35 น.วันที่ 13 ส.ค.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กล่าวถึงกรณีที่ทางสถ.เปิดให้มีการตรวจสอบผลคะแนน ว่า หลังจากที่มีการยกเลิกบัญชีผู้ที่สอบได้เดิม ซึ่งมีปัญหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และมีการแก้ไขออกมาแล้ว รวมถึงมีการประกาศคะแนนที่ถูกต้องออกมา ตามการประชุมของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เมื่อวันที่ 7 ส.ค.รายชื่อแต่ละรายชื่อและคะแนน จะถูกส่งไปยังแต่ละจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะเห็นคะแนนผู้ที่สอบได้ในแต่ละจังหวัดของตนเอง ไม่ได้ส่งไปพวงใหญ่เผยแพร่ทั่วไป สำหรับอีกช่องทางที่มีการเปิดรับโดยไม่ต้องร้องขอ ได้ให้กรม สถ.ส่วนกลาง ตั้งจุดเปิดให้ดูคะแนน ซึ่งสามารถที่จะดูได้ทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13-31 ส.ค.69
เมื่อถามว่า ผู้ที่มีรายชื่อที่ถูกเพิกถอนจะถือว่ามีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า 5,925 รายชื่อตอนนี้อยู่ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประมวลเรียบร้อย และมีการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทาง สถ. แจ้งรายชื่อทั้ง 5,925 รายชื่อ ไปยัง 5 หน่วยงานที่ทำ MOU ตรวจสอบความผิด
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการจัดสอบทดแทนบุคลากรของ สถ. ที่ขาดแคลน แต่มีข้อเรียกร้องให้ทาง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)เป็นผู้จัดสอบแทน กสถ. เหมือนกับหน่วยงานราชการอื่น ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด สิ่งที่ ก.กลาง และ กสถ. รับหน้าที่จัดสอบ ก็เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจนั้น ๆ มอบหมาย ตนไม่ได้บอกว่าวันนี้ดีที่สุด แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเรารู้ว่ามีปัญหา แม้ว่าจะไม่มีคำสั่งให้ทบทวน อย่างไรก็ต้องทบทวนตัวเองอยู่แล้วว่าวันนี้เราทำอะไรได้ดีหรือแย่แค่ไหน เราต้องปรับปรุงตัวเองแน่นอน ก่อนย้ำว่าการจัดสอบหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้มีอำนาจ หากเป็นนโยบายก็ต้องไปแก้ไขข้อสั่งการหรือระเบียบต่อไป
เมื่อถามว่า ได้เห็นรายงานที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายนิรัตน์ ยอมรับว่า เห็นแล้ว ซึ่งคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ผู้จัดสอบในปัจจุบัน ทาง กสถ. เป็นผู้จัดสอบอยู่ ก็จะต้องมีการปรับโครงสร้าง ปรับกระบวนการและวิธีทำงานใหม่ ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดการทุจริตหรือผิดพลาด แต่ถ้าเป็นนโยบายใหม่ที่ต้องกระจายการสอบออกไป หรือให้ใครจัดสอบแทน หรือ สำนักงาน ก.พ. สอบแทน กสถ. ก็ไม่ขัดข้อง เราพร้อม
นายนิรัตน์ ยังกล่าวถึงเรื่องการสืบสวน หาตัวผู้กระทำความผิดในการทุจริตการสอบ ขณะนี้ความผิดเกิดขึ้นแล้วเป็นคดีอาญา ทางตำรวจ ป.ป.ช. และหน่วยตรวจสอบทางคดีทุกอย่าง ก็รับไปตรวจสอบแล้ว แต่สถ.ยืนยันว่าไม่หยุดแค่นี้ เราต้องประเมินตนเอง ต้องสำรวจตัวเองว่ามีจุดโหว่ จุดอ่อน ว่ามีจุดใดบ้างที่ทำให้เกิดการทุจริต อย่างที่ตนเคยบอกว่ามีผู้เล่นอยู่ 4 คน คือ กรมสถ. มหาวิทยาลัยที่รับจ้าง นายหน้าที่บอกว่าเป็นผู้ซื้อขายตำแหน่งและผู้ซื้อ ซึ่ง 2 ส่วนแรกเป็นหน่วยงานราชการ ที่เราจะต้องปิดจุดอ่อนให้หมด แต่ในเรื่องของกระบวนการซื้อขายตำแหน่ง ก็จะได้ประชุมหาข้อมูลกันกับทุกหน่วย เพื่อส่งผู้มีพฤติกรรมที่เป็นนายหน้าและผู้ขายตำแหน่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้รับราชการและไม่รับราชการ ซึ่งทำเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่ท้องถิ่น เรารู้ว่าทุกวงการที่มีการสอบ โดยจะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้ตำรวจต่อไป
เมื่อถามว่าในสถ. เองมีบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบวินัยร้ายแรง เพื่อกวาดบ้านตัวเองหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าในสถ.มีผู้ที่ทำตัวเป็นหนึ่งในขบวนการนายหน้า บุคคลเหล่านี้ต้องถูกกวาดล้าง เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่อยู่ในหน่วยงานอื่นๆ เช่นกัน แม้อยู่ในสถ. ก็จะไม่มีการยกเว้น ต้องจัดการก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อถามว่าจะเริ่มกวาดบ้านตัวเองเมื่อใดในฐานะที่เป็นรักษาการอธิบดี นายนิรัตน์กล่าวว่า ทำอยู่แล้วทำทุกวัน แต่พวกนี้ข้อมูลต้องแน่น เพื่อที่จะจัดการกับเขาเพื่อให้เถียงไม่ได้ ปฏิเสธไม่ออก
เมื่อถามว่า ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีสถ.มีอำนาจเต็มใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ผู้รักษาราชการแทน มีหน้าที่เท่ากับ ผู้ซึ่งตนแทน








