วันที่ 13 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า อย่าโหนกำแพง ระวัง กำแพงล้มทับ
กรณีวาทกรรมเรื่อง“วิ่งชนกำแพง” จากการโพสต์เฟซบุ๊กของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความว่า “วิ่งชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และตีความว่า สิ่งที่นายอนุทินโพสต์เป็นการเยาะเย้ยถากถาง หรือเป็นการแซะคำพูดของคุณศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชนหรือไม่ เพราะได้กล่าวเรื่องการสู้กับกำแพง บนเวทีเสวนา
แต่สิ่งที่นายอนุทินโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เป็นวันที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้จัดเวทีเสวนา เปิดพยานคดีโกงส.ว.หรือฮั้วส.ว. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นข่าวร้อนเช่นเดียวกัน จึงทำให้มีการวิเคราะห์ว่า การที่นายอนุทินได้โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องการวิ่งชนกำแพง หวังผลทางการเมือง โดยการยิงปืนนัดเดียวได้นก2ตัวหรือไม่
นกตัวแรกคือ เป็นการชิงพื้นที่สื่อในประเด็นข่าวเรื่องการโกงส.ว.หรือฮั้วส.ว.ที่พรรคฝ่ายค้าน ทั้งคุณไอติมและไอลอร์นำมาเปิดโปง และเป็นไปตามคาดที่กระแสข่าวในวันจันทร์ มีข่าวเกิดวิวาทะกัน ตอบโต้กัน ระหว่างโพสต์ของนายอนุทินกับแกนนำพรรคประชาชน ที่เรียงหน้ากันมาตอบโต้ เรื่องกำแพงอย่างดุเดือด ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่กลบข่าวการเปิดพยานฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.
นกตัวที่2 น่าจะเป็นการแซะ เยาะเย้ยคุณศิริกัญญา เพราะการที่คุณศิริกัญญาพูดความในใจ ด้วยความอัดอั้นตันใจ เรื่องสู้กับกำแพง ทำให้มีการแชร์กันเป็นไวรัล และมีการขยายผลทางการเมืองอย่างกว้างขวาง จึงทำให้นายอนุทินโพสต์ประเด็นสู้กับกำแพงมาแซะ หรือมาดิสเครดิตคุณศิริกัญญา
สำหรับผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ การที่นายอนุทินออกมาโพสต์ เรื่องวิ่งชนกำแพงเช่นนี้ น่าจะเกิดจากการที่นายอนุทินต้องการจะเอาหลังพิงกำแพงหรือใช้กำแพงเป็นเกาะกำบัง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับนักมวยที่ชกอยู่บนเวที ถ้าถูกพายุหมัด ถูกชก เตะต่อยจนสะบักสะบอม อาการป้อแป้ไม่ไหวไปไม่รอด หลังก็จะพิงเชือกเพื่อให้ระฆังช่วย ทางการเมืองก็เช่นเดียวกัน นายอนุทินกำลังถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กำลังเจอข่าวการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาของบ้านเมืองถาโถมเข้ามาไม่เว้นแต่วัน จึงเกิดความเสื่อมศรัทธาในหมู่ประชาชน จึงจำเป็นต้องเอาหลังพิงกำแพง
เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายอนุทินยกประเด็นเรื่องการวิ่งชนกำแพงมาโพสต์ ก็เชื่อว่าเป็นการโพสต์แบบหวังผลทางการเมือง แม้ว่านายอนุทินจะบอกว่า เป็นการโพสต์เพื่อเตือนสติหรือเตือนใจตัวเองก็ตาม แต่ทางการเมืองเป็นที่รับรู้กันว่า สิ่งที่นายอนุทินโพสต์หมายถึงอะไร ประชาชนคนไทยจับได้ไล่ทัน แม้นายอนุทินจะใช้วิธีการบ่ายเบี่ยง หรือภาษาวัยรุ่นเรียกว่า “แถ ” และตวัดกลับไปยังฝ่ายค้านว่าโดดงับทันที ซึ่งเป็นการใช้คำที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น่าจะเปลี่ยนจากคำว่าโดดงับ ที่ใช้กับกริยาของสุนัข มาเป็นกระโดดรับ หรือรับลูก ซึ่งเป็นกริยาของมนุษย์ หรือคนทั่วไปน่าจะดีกว่า
อยากจะเตือนนายอนุทินและรัฐบาล การเอากำแพงเป็นเกาะกำบัง การเอาหลังพิงกำแพง การโหนกำแพง ระวังฐานรากกำแพงไม่ดี หรือกำแพงเสียศูนย์ อาจจะถูกกำแพงล้มทับได้








