กองทัพเรือ เสนอ “บิ๊กดุลย์”ขอซื้อ เรือฟริเกต ลำ2 งบฯปี2571 เหตุ เรือเก่า หมดแล้ว แก้เกี้ยว! ขอให้หนุน ต่อเรือภายในประเทศอย่างจริงจัง -ถ่ายทอดเทคโนโลยี พึ่งพาตนเองพัฒนา UAV ระบบไซเบอร์ เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และ AI / Maritime Domain Awareness รับรู้ว่า ในทะเลกำลังเกิดอะไรขึ้น และจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร” เชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีชายฝั่ง ย้ำ ต้องเตรียมกำลังให้ทันโลกที่เปลี่ยน ชี้ “ความมั่นคงรอไม่ได้ สิ่งที่จำเป็นต้องเริ่ม ตั้งแต่วันนี้”
วันที่ 11 ส.ค.69 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้นำเสนอภาพรวมสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเล ต่อ รมว.กลาโหม ในโอกาสมาตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ
ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางคมนาคมและพลังงาน รวมถึงประเด็นเขตทางทะเลและพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศไทยและประชาชนโดยตรง
จากสภาวะแวดล้อมดังกล่าว กองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการใช้กำลังและเตรียมกำลังให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ และได้นำเสนอ 4 เรื่องสำคัญที่ต้องการการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง คือ
1. การเสริมสร้างกำลังรบให้เพียงพอและต่อเนื่อง เนื่องจากยุทโธปกรณ์หลักหลายประเภท ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ ขณะที่บางส่วนมีอายุการใช้งานมากและจำเป็นต้องจัดหาทดแทน โดยเฉพาะ เรือฟริเกตสมรรถนะสูง และกองทัพเรือมีแผนเสนอจัดหาเรือฟริเกตลำที่ 2 ในปีงบประมาณ 2571
2. เสนอให้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการต่อเรือภายในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อให้การเสริมสร้างกำลังนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างองค์ความรู้ และเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ
3. แผนการพัฒนากองทัพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบไร้คนขับ ทั้ง UAV ระบบไซเบอร์ เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจการณ์ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่
4. การพัฒนา Maritime Domain Awareness (MDA) เพื่อให้สามารถรับรู้ว่า “ในทะเลกำลังเกิดอะไรขึ้น และจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร” ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีชายฝั่ง หน่วยงานภายในประเทศ และเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งน่านน้ำไทย
กองทัพเรือ ตระหนักถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของประเทศ จึงให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความเร่งด่วน การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อให้ทรัพยากรที่ได้รับเกิดประโยชน์สูงสุด
อย่างไรก็ตาม การเสริมสร้างกำลังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และทันเวลา เพราะยุทโธปกรณ์หลัก โดยเฉพาะเรือรบ ต้องใช้เวลาหลายปีตั้งแต่การจัดหา การสร้าง การทดสอบ จนถึงการเตรียมกำลังพลให้พร้อมปฏิบัติภารกิจ
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ความมั่นคงรอให้เกิดวิกฤตแล้วค่อยเตรียมไม่ได้ หากเราช้าในวันนี้ เราอาจไม่มีความพร้อมในวันที่ประเทศต้องการ สิ่งที่จำเป็นจึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถเพียงพอในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และพร้อมทำหน้าที่เมื่อประเทศต้องการ
#กองทัพเรือ #เรือฟริเกต #บิ๊กดุลย์ #งบประมาณ2571 #ความมั่นคง #UAV #AI #MaritimeDomainAwareness #ข่าวทหาร #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








