"หมอวรงค์" แถลงเรียกร้องรัฐบาลคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้คนจน 5 ล้านราย ชี้เงื่อนไขยุ่งยากทำคนทิ้งสิทธิ์ จี้ตรวจสอบปม THAI AI Passport เปลี่ยนสเปก และแบงก์พันหายจากระบบ 1.4 แสนล้าน ซัดบริหาร 4 เดือนสอบตก เตือนนายกฯ เลิกดึงเช็งสร้างวาทกรรม เร่งแก้ปัญหาปากท้อง
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวถึงปัญหากระบวนการทบทวนสิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) โดยระบุว่า จากกรณีที่มีประชาชนถูกตัดสิทธิ์ไปกว่า 9.3 ล้านคน แม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้อุทธรณ์สิทธิ์ แต่กลับพบว่ามีประชาชนราว 5 ล้านคนไม่เดินทางมาอุทธรณ์ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีฐานะดีขึ้น แต่เป็นเพราะกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยากซับซ้อน การที่รัฐบาลกำหนดให้ยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชันหรือเดินทางไปธนาคาร 5 แห่ง สร้างภาระอย่างมากให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด บางรายต้องเสียเวลาเดินทางครึ่งวัน บางรายเป็นลมหรือเสียชีวิตระหว่างรอคิว จนทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกเบื่อหน่ายและจำใจทิ้งสิทธิ์เงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน
"คนจนไม่ได้รวยขึ้นทันทีภายใต้กฎเกณฑ์ที่ท่านสร้างขึ้นมา เขาทิ้งสิทธิ์เพราะเบื่อและลำคาญกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยาก แต่เขามีเกียรติมีศักดิ์ศรี จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิ์แก่ผู้ถือบัตรรายเดิมทุกคนทันที" นพ.วรงค์ กล่าว
เมื่อถามถึงการประเมินผลงานการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล นพ.วรงค์ ยืนยันว่า "สอบไม่ผ่าน" พร้อมยกตัวอย่างข้อสงสัยในหลายโครงการ โครงการ THAI AI Passport มีการเปลี่ยนเงื่อนไขจากการประมูลแบบเหมาจ่าย 5 งวด มาเป็นการจ่ายรายเดือน ซึ่งตามหลักการควรต้องเปิดประมูลใหม่เพื่อให้ได้ราคาต่อหัวที่โปร่งใสและถูกลง เงินแบงก์พันหายจากระบบ 1.4 แสนล้านบาท จากข้อมูลที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแถลง แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับนิ่งเฉย ไม่กระตือรือร้นตรวจสอบ ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริตหรือเงินสีเทา และประเด็นข้อสงสัยอื่นๆ อาทิ กรณีการฮั้วเลือก ส.ว. และปัญหาที่ดินเขากระโดง
เมื่อถามว่าหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายด้วยหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ยังมันมีเวลาเยอะ เพราะเรื่องรัฐบาลชุดนี้มีเรื่องเยอะมาก ตนกำลังไล่ดูอยู่ มีหลายเรื่องมากที่น่าสนใจ แต่จะดูอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะเอาเรื่องไหน ค่อยๆ ดู เพราะว่าพอเปิดสภาฯเชื่อว่าพรรคหลักของฝ่ายค้านคงยังไม่อภิปรายทันที เรามีเวลา 4 เดือน มีเรื่องที่น่าสลดหดหู่ใจเรื่อยๆ ถึงวันนั้นเราค่อยเลือกประเด็นที่เขาคิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรจะเป็นประเด็นที่มีหลักฐานอะไรที่ชัดเจน แต่ขณะนี้เป็นการแค่สำรวจพื้นที่เฉยๆ รอการเก็บข้อมูล รออีกหลายๆ เรื่อง แล้วค่อยมาตัดสินใจอีกทีครับ
เมื่อถามว่าถ้าจะให้คะแนนการทำหน้าที่การบริหารของรัฐบาลชุดนี้สอบผ่านหรือเปล่า หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า ไม่ผ่าน เอาแค่เรื่อง THAI AI Passport แค่นี้คุณก็ตกแล้ว ตนเห็นข่าวนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ และรมว.ดีอี ออกมาบอกว่าวันที่ 1 กันยายนจะเริ่มโครงการ แต่เปลี่ยนเงื่อนไขจากเหมา คือประมูลแบบเหมาจ่ายแบ่งเป็น 5 งวด มาให้จ่ายเป็นรายเดือน ตามหลักแล้วจะต้องเปิดประมูลใหม่ เพราะว่ากระบวนการที่ได้มามีการล็อกสเปก ถ้าจะเปิดประมูลใหม่ ราคาต่อเดือนต่อหัวที่ประชาชนใช้จริงตามที่พูดอาจจะถูกกว่านี้ก็ได้ ตนขอถามว่าผ่านไหม แค่นี้ก็ไม่ผ่านแล้ว มีหลายเรื่องมาก
“ผมถึงอยากจะบอกประชาชนให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่าถ้าท่านพยายามทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมว่าโอเค ประชาชนจะให้อภัย แต่ถ้าท่านทำเหิมเกริม ไม่สนใจ คิดว่าตัวเองมีอำนาจ แล้วสร้างภาพเยอะเกิน และผมขอโยงไปอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ว่าแบงก์ชาติแถลงเรื่องเงิน แบงก์พัน หายไปจากระบบ 140,000 ล้านบาท ฝ่ายรัฐบาลต้องกระตือรือร้นที่จะต้องแก้ปัญหาแล้ว ผมไม่เห็นคนของฝ่ายรัฐบาลคนไหนออกมาพูดเรื่องนี้เลย กลับกลายต้องปล่อยให้ฝ่ายค้านต้องมาดิ้นรน เพราะผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่เงินเทา เงินทุจริตคอร์รัปชัน ที่ไปซุกอยู่ที่บ้านใครบ้าง เราก็ไม่รู้ บทสรุปก็คือ ผมมองว่าแค่ 4 เดือนนี้ ผมว่านานเหมือน 4 ปี”นพ.วรงค์ กล่าว
เมื่อถามว่ามีประเด็นไหนที่น่าห่วงที่สุด และจะทำให้รัฐบาลหลุดออกจากตำแหน่ง. นพ.วรงค์ กล่าวว่า โห มันเยอะจริงๆ นะ (หัวเราะ) คงยังไม่สรุปเป็นอันใดอันหนึ่ง หลายเรื่องเต็มไปหมดเลย ทั้งเรื่องฮั้ว ส.ว. ที่ดินเขากระโดง แม้แต่เรื่องใหม่ๆ ที่เขาสร้างขึ้นมา THAI AI Passport ก็ยังเป็นปัญหาอยู่เรื่องที่รัฐบาลเป็นผู้สร้างขึ้นมา
นพ.วรงค์ ยังฝากถึงรัฐบาลว่า ตนเห็นข่าวช่วงนี้มีข่าววาทกรรม คือรัฐบาลเป็นผู้มีอำนาจ ฝ่ายค้านมีหน้าที่ในการแซะรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเขา แต่รัฐบาลท่านควรจะต้องวางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ไม่ควรมาสร้างวาทกรรม ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา เพราะประชาชนไม่ได้อะไร ประชาชนต้องการให้ท่านมาแก้ปัญหาปากท้อง ประชาชนไม่ต้องการรัฐบาลที่มาสร้างวาทกรรมผ่านไปวันๆ
เมื่อถามว่ารวมถึงโพสต์ที่นายกฯ ได้โพสต์เมื่อวาน เรื่องหัวชนกำแพง แล้วยิ่งชนกำแพงยิ่งสูง อันนี้เป็นวาทกรรม นพ.วรงค์ กล่าวว่า “คนเป็นนายกฯ ไม่ควรมีเวลามานั่งทะเลาะกับใคร ไม่ต้องไปสร้างวาทกรรม นายกฯทำงาน นี่ปัญหาคนจน 5 ล้านคน ผมออกมาเรียกร้องสิทธิ์ให้คนยากคนจน พี่น้อง ถ้าท่านนายกฯ ลงไปแก้ปัญหา จัดการให้เกิดความชัดเจน โช๊ะๆๆ แต่ละเรื่อง ไปข้างหน้าต่อ แต่วันนี้ท่านมานั่งหยุดง่วนมานั่งทะเลาะ เขียนวาทกรรม เสียเวลาประเทศ”








