“ประธาน กมธ.ป.ป.ช.” โต้ "รังสิมันต์ โรม" ยืนยันการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจัดสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่น ไม่เกี่ยวฝ่ายการเมือง แต่มาจากร้องเรียนเบาะแสเรียกรับเงิน 5-8 แสนบาท พร้อมแฉพบขบวนการแก้ไขคะแนนช่วยผู้สอบกว่า 5,900 ราย ชี้ช่องโหว่กฎหมายทำคนโกง 97 รายจ่อได้บรรจุ เตรียมดันแก้กฎหมายเอาผิดผู้ได้รับผลประโยชน์ ฟาก ปปง. เล็งเช็กเส้นทางการเงินระดับซี 10 ขึ้นไป คาดยึดทรัพย์ฟ้องแพ่งใน 90 วัน
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 11.55 น. ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ พยายามเชื่อมโยงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างจัดสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2567 จากมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ยืนยันว่า เหตุผลที่มีการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจัดสอบ เกิดจากการที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่ปี 2566 ว่า มีนายหน้าในพื้นที่แอบอ้างเรียกรับเงินจำนวน 500,000 – 800,000 บาท เพื่อแลกกับการสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งระดับ อบต. และเทศบาล
"ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2567 ตนได้นำประชาชนที่ได้รับความเสียหายเข้าร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย และให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งในขณะนั้นได้รับการติดต่อเตือนว่าอาจถูกฟ้องหากให้การเท็จ แต่ตนยืนยันให้ดำเนินคดีตามจริง เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่จริง นำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันระหว่าง กระทรวงมหาดไทย, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, ป.ป.ช., ปปง. และตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 เพื่อป้องกันการทุจริต" นายอาสพลธ์ กล่าว และว่า ปัจจุบันในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีผู้เสียหายที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่าน เข้าแจ้งความร้องทุกข์รวม 19 คดี โดยพนักงานสอบสวนส่งฟ้องอัยการแล้ว 2 คดี และเมื่อส่วนกลางเตรียมลงพื้นที่สอบปากคำเพิ่มเติม ผู้ถูกกล่าวหาจึงเริ่มนำเงินมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย
นายอาสพลธ์ เปิดเผยสถิติการทุจริตจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พบว่า มีผู้ได้รับการแก้ไขคะแนนรวมทั้งสิ้น 5,925 ราย แบ่งเป็น กลุ่มที่สอบตก แต่ถูกแก้คะแนนให้สอบผ่าน: จำนวน 5,145 ราย กลุ่มที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกแก้คะแนนให้สูงขึ้น: จำนวน 774 ราย ดังนั้นประเด็นสำคัญคือ ในกลุ่มที่แก้คะแนนให้สูงขึ้น มีจำนวน 97 ราย ที่ผ่านเกณฑ์บรรจุในรอบแรก และกำลังจะได้เข้ารับราชการในเร็วๆ นี้ เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันยังมีช่องโหว่ หากยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า 97 รายนี้เป็นผู้จ่ายเงินจูงใจให้เกิดการแก้ไขคะแนน ก็ยังต้องถือว่าเป็น "ผู้บริสุทธิ์" และกรมฯ ไม่สามารถระงับการบรรจุได้
"ช่องว่างทางกฎหมายนี้สร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะกระบวนการไต่สวนทางคดีอาจใช้เวลา 4-5 ปี หากในอนาคตศาลตัดสินว่า 97 คนนี้มีความผิดและถูกไล่ออก แต่อายุบัญชีผู้สอบผ่านมีเพียง 2 ปี ทำให้ผู้ที่สอบผ่านด้วยความรู้ความสามารถจริงในลำดับถัดไป เสียสิทธิ์การบรรจุอย่างสิ้นเชิงเพราะบัญชีหมดอายุไปก่อน" นายอาสพลธ์ กล่าว
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวเน้นย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมยกร่างกฎหมายเสนอต่อสภาฯ เมื่อเปิดสมัยประชุม เพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว โดยกำหนดให้ "ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไขคะแนน หรือการทุจริตในการสอบแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการท้องถิ่น ตำรวจ หรือทหาร จะต้องไม่ได้รับการบรรจุ และต้องมีความผิดทางอาญาร่วมด้วย"
ส่วนการขยายผลหาตัวผู้บงการ นายอาสพลธ์ เชื่อว่า การทุจริตระดับนี้ ข้าราชการระดับ 10 (ซี 10) ไม่น่าจะกล้าทำเพียงลำพัง แต่อาจมีระดับ 11 หรือสูงกว่านั้นที่มีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย โดยแบ่งการดำเนินคดีเป็น 2 ส่วน คือ ป.ป.ช. จะดำเนินคดีทางอาญา ส่วน ปปง. จะตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงรุกของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับชั้น ทั้งแพ่งและอาญา ซึ่ง ปปง. ยืนยันว่ามีอำนาจตรวจสอบได้ทั้งหมด และคาดว่าภายในไม่เกิน 90 วัน จะมีการอายัดทรัพย์สินและส่งฟ้องต่อศาลแพ่งต่อไป








