วันที่ 5 ส.ค.69 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และ ผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรคก้าวล้ำ เข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2566-2568 และ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายตั้งแต่ปี 2566-2569 ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าอาจมีลักษณะส่อไปในทางทุจริต
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีตรวจสอบการทำงานของตนในสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี 2566-2568 ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพราะโดยปกติช่วงปลายจัดสรรงบประมาณจะมีงบประมาณเหลือกองไว้กว่าหลายพันล้าน หรือเรียกว่างบจัดแผนยุทธศาสตร์ เมื่อเงินเหลือกองไว้ตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2568 เม็ดเงินจึงเพิ่มสูงขึ้นถึง 10,000 ล้านบาท จึงพบกลางซอยย่อยโครงการของ สพฐ.และ สอศ. ในรูปแบบจัดซื้อจัดจ้างเป็นพิเศษ และหลายโครงการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการคัดเลือกพบข้อสังเกตว่ามีการนำบริษัทกลุ่มเดิมเข้ามาเป็นคู่เทียบราคา และมีลักษณะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นผู้ชนะในการจัดซื้อจัดจ้าง จึงเห็นควรให้ตรวจสอบทั้งรายชื่อบริษัท ผู้เสนอราคา ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงความสัมพันธ์ของคู่เทียบราคาและรายละเอียดการดำเนินโครงการ มีการรับงานแบบไขว่กันไปมา เหมือนแบ่งโซนกันกับงาน มีเงินทอนกว่า 30% ต่อคุรุภัณฑ์ จึงทำให้ครุภัณฑ์ที่ได้มาคุณภาพต่ำ ใช้งานได้แป๊บเดียวแล้วพัง เป็นการกระทำความผิดเช่นนี้ซ้ำๆ โดยมีข้าราชการประจำระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง
“ผมฝากท่านอนุทินว่า ถ้าจะปราบทุจริต ต้องเริ่มจากการกล้าตรวจสอบตัวเองก่อน เพราะช่วงที่ท่านกำกับ ศธ.มีงบกองไว้หมื่นล้าน ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าเงินถูกใช้ไปอย่างไร ใครได้งาน และมีบริษัทกลุ่มเดิมผลัดกันรับงานหรือไม่ อย่าปล่อยให้เรื่องนี้จบแค่การตรวจสอบคนอื่น”นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่าเรื่องนี้นอกจากจะให้นายอนุทินตรวจสอบตนเองแล้ว ยังอยากให้ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ยิ่งเฉพาะมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และอยู่สังกัดพรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกับศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ว่ากระทรวงศึกษาธิการมีการโกงมาโดยตลอด เช่น งบจัดซื้อคุรุภัณฑ์ไทยเข้มแข็งเมื่อปี 2553-2555 ที่พบราคาสูงเกินจริงกว่า 7-8 เท่า สุดท้ายเรื่องนี้มีแต่คำว่าโกงคนที่เกี่ยวข้องถูกไล่ออก ไม่รวมถึงการทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่ขณะนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกผู้กระทำผิดแล้ว และบางส่วนถูกไล่ออก ถูกปลดออก และบางส่วนรอลงอาญานายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวหากเรื่องนี้ตรวจเช็คดีๆจะรู้ว่าบริษัทไหนรับงานและมีการหมุนเวียนกันรับงานอย่างไร เมื่อ3 ปีงบประมาณ 2566-2568 มีเงินหมื่นล้านเข้ามาเกี่ยวอย่างน้อยเงินทอนต้องมี 3,000 ล้านบาท คล้ายกับการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีเงินหมุนเวียน 5 พันล้าน อยากให้
ให้นายอนุทินกลับไปตรวจสอบตัวเองและกลับไปตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ในสมัยนั้นที่ยังเติบโตในสายงานราชการจนถึงปัจจุบัน และมีความสนิทชิดเชื้อมาจนถึงยุคของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยปัจจุบันด้วย
"ฝากท่านยศชนัน ท่านประเสริฐ คอยดูข้าราชการดีๆ อย่าส่งเสริมคนเลวให้ปกครองบ้านเมือง พยายามส่งเสริมคนดีที่สุจริตให้ดำรงตำแหน่งระดับ 11 ไม่อยากให้เป็นเครื่องมือข้าราชการที่ไม่ดี" นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวต่อว่าเรื่องนี้ยังพบการลงขันของบริษัทเอกชนกว่า 100 ล้านบาทโดยแบ่งให้ สพฐ. 50 ล้าน และ สอศ.50 ล้าน ที่จะนำมามอบให้กับผู้มีอำนาจเพื่อให้ตนได้ขึ้นตำแหน่งจากระดับ 10 เป็นระดับ 11 โดยสัปดาห์หน้าตนจะนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อนางสาวรักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเช็คเส้นเงิน และรายละเอียดต่างๆต่อไป








