วันที่ 5 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่มีกระแสข่าวว่า นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จะโยกย้ายมาเป็นอธิบดีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กระทรวงจะโฟกัสในกลุ่มข้าราชการที่เกษียณอายุก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญ โดยมีข้าราชการระดับซี 10 ทั้งหมด 3 คนที่จะเกษียณอายุ คืออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รองปลัดกระทรวง และหัวหน้าผู้ตรวจราชการของกระทรวง ซึ่งจะต้องหารือกับปลัดกระทรวงว่า ใครมีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่ง เพื่อสานต่อนโยบายของรัฐบาล เช่น ภูเก็ตโมเดล ที่ต้องอาศัยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปทวงคืนที่ดินของอุทยานที่นายทุนเข้าไปสร้างโรงแรมไว้เป็น 10 แห่ง ที่เรากำลังดำเนินการรื้อถอนอยู่ และเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ก็มีการลงพื้นที่ ส่วนตำแหน่งอื่น ตนให้เวลาเขาทำงานตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี เหลือเวลาอีก 1 เดือน จะขอดูว่าใครที่ทำงานแล้วสู้กับนโยบายที่เรามอบหมายได้ ผ่าน KPI มีความตั้งใจที่ดี ไม่มีเรื่องการทุจริตซึ่งสำคัญที่สุด รวมถึงสนองนโยบายของรัฐบาล รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงได้ ส่วนอธิบดีทั่วไปที่ยังไม่เกษียณ อาจมีการสลับหมุนเวียนตามความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของข้าราชการที่เกษียณอายุหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ขอหารือกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อน รวมถึงในการแต่งตั้งโยกย้ายอาจต้องมีการหารือนายกรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากจะต้องตรวจสอบประวัติในเรื่องพฤติกรรมการกระทำ จะต้องอธิบายได้ ไม่ใช่ว่าจะหยิบใครมารับตำแหน่งได้ง่ายๆ ต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน
เมื่อถามว่า หากวันนี้นายทรงศักดิ์ให้นำเข้าพิจารณา ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบ จะเสนอชื่อนายปิ่นสักก์ เป็นอธิบดีกรมประมงหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องขอเวลาตรวจสอบข้อมูล เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องตรวจสอบ ยังไม่สามารถตอบได้
เมื่อถามย้ำว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่า นายปิ่นสักก์จะย้ายข้ามห้วยไปรับตำแหน่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนทราบข่าวเท่าที่สื่อทราบ ไม่ได้ทราบจากเอกสารข้อเท็จจริง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นเรื่องของเอกสารและการทาบทาม ไม่ใช่ไปพูดแล้วทำให้ขวัญกำลังใจของข้าราชการเสีย ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการทาบทาม
เมื่อถามว่า หากมีการทาบทามจะอนุมัติใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินหากเขามีความเหมาะสม มีองค์ความรู้ และไปได้ดี เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปรั้ง ต้องให้เขาไปเติบโตในที่ดีกว่า ซึ่งเป็นความเหมาะสมในสิ่งที่เขาถนัดกว่า เราอยู่ในการทำงาน ภาพรวมของรัฐบาลไม่ได้มองแค่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ถ้ามองแล้วรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทำงานได้ตามเป้าหมายก็ควรสนับสนุน
เมื่อถามว่า โดยศักยภาพของนายปิ่นสักก์ ระหว่างเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กับการเป็นอธิบดีกรมประมง การทำงานเหมาะกับตำแหน่งใด นายสุชาติ กล่าวว่า โดยส่วนตัวที่ทำงานร่วมกันมาเกือบ 1 ปี เรื่องทางทะเลยอมรับว่า นายปิ่นสักก์เป็นคนที่มีองค์ความรู้ เพราะจบด้านประมงโดยตรง เช่น เรื่องปลาหมอคางดำ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับทะเลและชายฝั่ง เรื่องน้ำทะเล พะยูน และสัตว์ทะเลต่างๆ แต่กรมนี้เชื่อมโยงการทำงานเรื่องป่าชายเลนเข้ามาด้วย แต่ถ้าเป็นเรื่องประมงก็จะมีทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด หรือสัตว์น้ำทั้งหมด หากจะเปรียบเทียบแล้วนายปิ่นสักก์ทำงานได้ ซึ่งในการทำงานที่ผ่านมาตนก็อาศัยนายปิ่นสักก์อยู่หลายเรื่อง เมื่อถามย้ำว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมประมง จะทำงานได้ดีกว่าใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ถ้าเขามีอำนาจและมีความรู้ที่สามารถทำได้มากขึ้นมันก็ดีกว่า
นายุสชาติ กล่าวว่า การพิจารณาคุณสมบัติในตำแหน่งอื่นๆ ที่เกษียณอายุราชการ จะต้องดูว่าใครจะพัฒนาหน่วยงานอย่างไร และตอบคำถามฝ่ายค้านอย่างไร เพราะการทำงานในภาพรวม เรื่องงบประมาณตนไม่ได้ลงไปล้วงลูก ถือเป็นหน้าที่ของอธิบดีและปลัดกระทรวงในการเข้าชี้แจง หรือการตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับพื้นที่ต่างๆ ตนมีหน้าที่ให้กรอบบริหาร ให้ระลึกว่าเราต้องทำ งบประมาณด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรวจสอบย้อนกลับได้ นี่คือสิ่งที่ตนให้นโยบาย เราเข้าใจข้าราชการว่าการที่เข้ามายืนอยู่ในตำแหน่ง ไม่ใช่เป็นสมบัติหรือมรดกตกทอดภายในครอบครัว แต่เกิดจากความรู้ความสามารถในการทำงาน








