วันที่ 4 ส.ค.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงภารกิจการเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 5–7 สิงหาคม 2569 ว่า เป็นการเยือนตามคำเชิญของฝ่ายเวียดนาม ภายหลังจากที่ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม และพลเอกพิเศษ โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ และประธานาธิบดีเวียดนาม ได้เดินทางเยือนรัฐสภาไทยก่อนหน้านี้ โดยการเยือนครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ
ประธานรัฐสภา กล่าวว่า นับเป็นนิมิตหมายอันดี ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อกระชับความร่วมมือในระดับฝ่ายบริหาร ขณะที่การเยือนของคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญของทั้งสองประเทศต่อบทบาทของรัฐสภาในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน
ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยคณะผู้แทนรัฐสภาไทยจะเข้าร่วมงานในชุดผ้าไทย เพื่อร่วมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ
สำหรับภารกิจครั้งนี้ ประธานรัฐสภา มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับประธานสภาแห่งชาติ ประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและผลักดันความร่วมมือในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างรัฐสภาภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ อาทิ สหภาพรัฐสภา (IPU) และสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
"ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชน การมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศ จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนความร่วมมือระดับรัฐบาล และยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามให้มีความแน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น" ประธานรัฐสภา กล่าว
นอกจากนี้ ประธานรัฐสภา ยังมีกำหนดการไปศึกษาดูงานศูนย์บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดเมืองฮานอย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายสาธารณะของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งใช้โอกาสดังกล่าวเสริมสร้างความร่วมมือในระดับนิติบัญญัติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป








