วันที่ 1 ส.ค.69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการสอบบรรจุบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยให้นำบทเรียนจากข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสของการสอบมาปรับปรุงระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกกรณีที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน หน่วยงานในกำกับดูแลต้องเร่งอุดช่องโหว่ของระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก
“คดีต้องเดินไปตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ระบบก็ต้องได้รับการปรับปรุงให้รัดกุมกว่าเดิม เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันการทุจริตเดินหน้าไปพร้อมกัน”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงสั่งการให้ สถ. จัดทำแผนยกระดับมาตรฐานการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ภายใต้กรอบการดำเนินงาน “วันนี้สั่ง – 7 วันรายงาน – 30 วันเห็นผล – 90 วันสรุป” เพื่อให้การปฏิรูประบบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจน และสามารถติดตามตรวจสอบได้
สำหรับกรอบการดำเนินงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- ภายใน 7 วัน ให้สำรวจและรวบรวมข้อเสนอในการลดความเสี่ยงต่อการทุจริตในกระบวนการสอบ พร้อมจัดทำแนวทางแก้ไขเร่งด่วนเสนอผู้บริหาร
- ภายใน 30 วัน ให้เสนอและเริ่มดำเนินมาตรการยกระดับความโปร่งใสของการสอบในส่วนที่อยู่ในอำนาจของ สถ. รวมทั้งวางระบบติดตามข้อร้องเรียนและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ภายใน 90 วัน ให้สรุปผลการดำเนินงาน พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงระเบียบ ขั้นตอน และมาตรการที่จำเป็น เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสเกิดการทุจริตในอนาคต
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า เป้าหมายของนโยบายครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานของระบบสอบที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างยั่งยืน
“ผมไม่ก้าวล่วงกระบวนการสอบสวน เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบาย มีหน้าที่ทำให้การสอบครั้งต่อไปโปร่งใสกว่าเดิม ปิดช่องโหว่ให้มากที่สุด และทำให้คนที่มีความรู้ความสามารถได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม”
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ สถ. ติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้การยกระดับมาตรฐานการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารงานท้องถิ่นของประเทศในระยะยาว








