วันที่ 31 ก.ค.69 เวลา 15.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ที่ประชุมมีการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการกระชับมาตรการต่างๆให้มีความเข้มข้นมากขึ้นคือ 1.มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังการก่อเหตุนอกพื้นที่ด้วย ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิดกับกองอำนวยการในพื้นที่ และที่สำคัญได้เน้นย้ำให้หน่วยความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจควบคุมบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญในการควบคุมการเข้าออก เพราะที่ผ่านมามีการคาดคาดการณ์ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
นายฉัตรชัย กล่าวว่า 2. ที่ประชุมเห็นชอบในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งกลุ่มที่พึ่งปฏิบัติการไป และกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธ หรือกลุ่มที่กำลังเตรียมจะก่อเหตุ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มดังกล่าวครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่มให้เป็นไปตามกฎหมาย
3. ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการทบทวนเนื้อหาการพูดคุยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยนายฐนัตถ์ สุวรรณณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แถลงไปแล้วว่า อยู่ในช่วงการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกชายแดน จึงมีการชะลออยู่ช่วงหนึ่ง ทั้งนี้หากมีการพูดคุยกันจะมีการทบทวนเนื้อหาต้องดูระดับก่อนหลังว่า เนื้อหาที่จะพูดคุยจะมีเรื่องอะไรก่อน ส่วนรายละเอียดหัวหน้าคณะพูดคุยมีแนวทางอยู่แล้ว
นายฉัตรชัย กล่าวว่า 4. ที่ประชุมได้เน้นย้ำเรื่องการเปิดช่องทางที่มากขึ้น โดยให้ผู้เห็นต่างที่พร้อมกับคืนสู่สังคม หรือที่เรียกว่าโครงการพาคนกลับบ้านจะมีช่องทางหลากหลายมากขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้คนเหล่านี้มีช่องทางกลับคืนสู่สังคมมากขึ้น โดยเน้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลักที่จะมีการดำเนินการเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น 5. มีการร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย ที่มีการประสานทางการทูต ด้านความมั่นคงกับมาเลเซียที่สำคัญ โดยประเทศไทยจะมีการออกหมายแดง หมายอินเตอร์โพล ที่จะดำเนินการจับตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หนีคดีในประเทศมาเลเซียมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้มีการออกหมายแดงจำนวนหนึ่งไปแล้ว และจะเป็นแนวนโยบายที่จะออกหมายแดงอินเตอร์โพเพื่อร่วมมือกับมาเลเซีย ในการนำคนเหล่านั้นมาดำเนินการตามกฎหมาย ในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และ 6. เรื่องการสื่อสารต่อสาธารณะ เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวปลอม ข่าวยั่วยุ บ่อนทำลายความแตกแยกต่อพี่น้องประชาชน เกิดความเข้าใจผิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อยากให้มีการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติเรื่องข่าวต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดการยั่วยุ บ่อนทำลายในพื้นที่ หรือเกิดความคลาดเคลื่อน
เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์หลังจากเลื่อนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามที่หัวหน้าคณะพูดคุยได้ระบุไว้ ทั้งนี้นโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ อย่างไรก็ต้องมีการพูดคุย เพียงแต่อยู่ที่วันเวลาที่เหมาะสมให้เอื้อต่อสถานการณ์ ต่อบรรยากาศที่นำไปสู่การสร้างสันติสุข และบรรลุเป้าหมายให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งกระบวนการพูดคุยต้องมีการสานต่อและอยู่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม








