วันที่ 31 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า...
ไม่ว่าฝ่ายใดผิด ต้องจัดการโดยไม่ละเว้น
หลังจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน(iLaw) ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่อนักการเมือง9คน ที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วส.ว.และได้ยื่นรายชื่อทั้งหมดให้กับวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบคดีฮั้วส.ว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) จึงทำให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่ถูกพาดพิงหลายคน ออกมาชี้แจง ออกมาตอบโต้ และบางคนก็ไปดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาท
ในขณะเดียวกันมีการตอบโต้กันไปมา ระหว่างส.ส.พรรคภูมิใจไทยกับส.ว.กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ใช่ส.ว.สายสีน้ำเงิน พยายามยกกรณีขโมยจับโจรบ้าง ยกทฤษฎี“หมาหางด้วน”มาตอบโต้กันบ้าง จนมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการได้มาซึ่งส.ว.ชุดนี้ว่า ไม่ว่าจะเป็นส.ว.สายสีน้ำเงิน หรือส.ว.สายสีส้ม หรือสวสายอื่นๆ ก็ล้วนแต่ได้มาโดยการฮั้วทั้งสิ้น เพียงแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่านั้นเอง
ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวคดีฮั้วส.ว. ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งส.ว.ชุดนี้ เมื่อมีการตอบโต้กันไปมาเช่นนี้ จึงอยากจะตั้งข้อสังเกตดังนี้ คือ
1.มีการกล่าวหาว่าส.ว.กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกกันว่าส.ว.สีน้ำเงิน มีการบล็อกโหวต มีการฮั้ว มีการจ้างบุคคลให้มาสมัครเป็นส.ว. และทำหน้าที่เป็นโหวตเตอร์ จนมีการแจ้งความดำเนินคดี และกำลังสอบสวนของกกต.อยู่ ในขณะเดียวกันถ้าหากว่า ยังส.ว.อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกเรียกว่าส.ว.สีส้ม ถ้าหากมีพฤติกรรมในการฮั้ว ในการบล็อคโหวต ในการจ้างบุคคลให้สมัครมาเป็นส.ว.เพื่อเป็นโหวตเตอร์ เพื่อให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ผู้ที่กล่าวหาเช่นนี้ ควรไปแจ้งความดำเนินคดี หรือแจ้งกกต.ให้สอบสวน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ระหว่างผู้ที่ถูกกล่าวหา คือส.ว.สีน้ำเงินกับส.ว.สีอื่นๆ
2.การพิจารณาถึงพฤติกรรมการฮั้ว การบล็อคโหวต หรือการจ้างบุคคลมาสมัครส.ว.เพื่อมาลงคะแนน ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า มีการโอนเงินให้เป็นค่าจ้างหรือไม่ หรือมีการระดมสมาชิกมาลงเลือกตั้ง โดยใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการจูงใจให้ลงสมัครหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นการนัดประชุมกัน เป็นการนัดแนะกันตามปกติ หรือเป็นการวิป ประสานงานเพื่อลงคะแนนกัน โดยไม่มีตัวเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการ ก็ถือว่าไม่มีความผิดกฎหมายเลือกตั้งส.ว.
จากเหตุผล2ประการนี้ ถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเห็นว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งส.ว.จริง ควรดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ควรจะตอบโต้กันไปมา หรือดิสเครดิตกันทางหน้าสื่อ ควรให้กกต.ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้ง2ฝ่าย และนำสู่ศาลฎีกา แผนกเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจ และเป็นที่หวังสุดท้ายของสังคมไทย ในเมื่อยุคนี้ไม่สามารถจะคาดหวัง หรือไว้วางใจองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ ก็ต้องใช้ศาลสถิตยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง เป็นองค์กรตัดสินความถูกต้อง
จึงขอเสนอให้ทุกฝ่าย ได้นำข้อกล่าวหา หรือข้อสงสัยทั้งหมด ยื่นต่อกกต.เพื่อจะรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งต่อไป
#เทพไท #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #เลือกสว2567 #สว2567 #การเมืองไทย #กกต #ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง #ภูมิใจไทย #การเมือง #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








