"ศุภชัย ใจสมุทร" ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ซัดกลับข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. ยันพรรคไม่เกี่ยว แย้มมีข้อมูลสำรองพร้อมฟ้องกลับ ตั้งคำถามฝั่ง "ก้าวหน้า-ไอลอว์-สว.ประชาชน" รวมตัว 300 คนที่เมืองทองธานีมีกระบวนการจัดตั้งหรือไม่ ชี้ กกต. มีดุลยพินิจตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่บุรุษไปรษณีย์ส่งศาลตามใจใคร
วันที่ 30 ก.ค.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีคดีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว และมองว่าผลการเลือก สว. ที่ออกมา 200 คนก็เป็นไปตามกติกา แต่เมื่อมีการพยายามดึงพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องออกมาตอบโต้
นายศุภชัย ยืนยันว่า หากมีการต่อสู้ทางกฎหมาย ตนเองมีข้อมูลและหลักฐานอยู่ในมือพร้อมที่จะฟ้องกลับเช่นกัน พร้อมระบุว่า "คุณลากพรรคเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนก็จำเป็นต้องตอบโต้ ไม่ได้คิดจะไปร้องเรียนใครก่อน แต่ถ้าคิดจะกล่าวหากัน ตนก็มีข้อกล่าวหาคืนได้เหมือนกัน"
นายศุภชัย ได้ตั้งคำถามกลับไปยังกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "สว.ประชาชน" หรือกลุ่มฝั่งส้ม รวมถึงกลุ่มคณะก้าวหน้าและไอลอว์ (iLaw) กรณีการนัดรวมตัวของผู้สมัคร สว. กว่า 300 คนที่เมืองทองธานี ว่ามีการนัดแนะ คิดสูตร หรือวางตัวบุคคลล่วงหน้าเพื่อทำหน้าที่เป็นเพียง "โหวตเตอร์" หรือไม่
"ท่านไปตรงไหนอย่างไร คิดว่าผมไม่ทราบหรือ แล้วถามว่าตรงนั้นฮั้วหรือไม่ ทุกคนมาด้วยใจศรัทธาจริงหรือ... กิจกรรมรณรงค์ให้คนมาสมัคร สว. 2,500 บาท เพื่อให้เป็นเพียงโหวตเตอร์ ปุถุชนธรรมดาที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าอาจจะมีจริง แต่ผมไม่เชื่อว่าเป็นแบบนั้นทั้งหมด โลกนี้มันไม่ได้สวยขนาดนั้น" นายศุภชัย กล่าว
นอกจากนี้ นายศุภชัยยังเปรียบเทียบกรณีที่ผู้สมัครบางคนเดินทางมาคันเดียวกัน หรือพักโรงแรมใกล้เคียงกัน เช่น ในพื้นที่จังหวัดอยุธยา ว่าไม่ได้หมายความว่าเกิดการทุจริตเสมอไป พร้อมย้อนถามว่าผู้สมัคร 300 คนของฝั่งตรงข้ามเดินทางและพักที่ไหน เดินทางมาคนละคันหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าเดินทางไปโรงแรมพูลแมนและมีผู้สมัคร สว. เข้าพบนั้น นายศุภชัย อธิบายว่า โรงแรมพูลแมนเป็นสถานที่ที่นายอนุทินเดินทางไปเป็นประจำตั้งแต่สมัยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง การเจอกันหรือทักทายกับผู้คนที่นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่หลักฐานการโกงเลือกตั้ง สว.
ทั้งนี้ นายศุภชัย เน้นย้ำเรื่องกระบวนการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า กกต. มีอำนาจตามกฎหมายและมีดุลยพินิจในการไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่มีหน้าที่เพียงส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
"วันนี้โวยวายแล้วมาบอกว่า กกต. ต้องส่งศาลอย่างเดียวเพื่อสนองความต้องการของคุณ กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ปัญหาอยู่ที่ว่าวันนี้แยกไม่ออกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจ"
นายศุภชัย ทิ้งท้ายถึงกรณีผลการเลือก สว. ที่กลุ่มสายสีน้ำเงินได้เก้าอี้เป็นจำนวนมากว่า ทุกฝ่ายต่างก็มีกระบวนการและสูตรในการเลือกตามกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ หากฝ่ายตรงข้ามได้น้อยกว่า แล้วมากล่าวหาคนอื่น ก็เข้าลักษณะ "ขโมยเรียกจับโจร" ทั้งที่ฝั่งตนเองก็มีกระบวนการเช่นเดียวกัน








