เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประเด็นการ ฮั้วสว. จะกระทบเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ว่า เสถียรภาพรัฐบาลจะยิ่งแน่นขึ้นเนื่องจากมีความมั่นใจซึ่งกันและกันว่าเราไม่ได้ทำ สิ่งเหล่านี้ สว.เป็นกลไกหนึ่งในระบอบรัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบและออกกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใดๆที่รัฐบาลจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน สว.เรียกไปตอบกระทู้ เราก็ต้องไปเหมือนสภาผู้แทนราษฎร ความพยายามทั้งหลายก็ว่าตามกฎหมาย รัฐบาลหรือผู้ถูกกล่าวหา เช่น มีคนกล่าวหาตน แต่เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐสอบถามมา ตนก็ชี้แจงเรียบร้อยทุกอย่าง ทุกประเด็น
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดเชิญไปให้ข้อมูลเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ตนให้การเป็นลายลักอักษรตั้งปีกว่าแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า กรณีจะยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ดำเนินการไปหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่ มันมีช่วงเวลาให้ทนายความไปหาข้อมูลประกอบคำฟ้อง จะมาบังคับให้ไปฟ้องวันนี้ วันนั้นไม่ได้ ตนมีทนายความไม่ได้เขียนเองหากเขียนเองจะยิ่งช้า
เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องตั้งวอร์รูมรับมือเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี วอร์รูมที่จะไปสู้เรื่องพวกนี้เมื่อไม่เกี่ยวข้องแล้วจะไปตั้งทำไม
เมื่อถามย้ำว่า เป็นการตั้งเพื่ออธิบายเนื่องจากประเด็นต่างๆ ไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่าเรื่องนี้เริ่มมาเป็นปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด ไม่เห็นไวตรงไหนช้าจะตาย
เมื่อถามย้ำว่า หากถามตรงๆ มั่นใจใช่หรือไม่ว่า เรื่องฮั้วสว. จะไม่สามารถดึงพรรคภูมิใจไทยให้ลงได้ นายอนุทิน ตอบว่า ตนไม่ได้เป็นผู้พิพากษา แต่ถามตรงๆ คือพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตนที่เป็นหัวหน้าพรรคตอบคำถามผู้สื่อข่าวตรงนี้เมื่อปีที่แล้วว่า ก่อนเลือกสว. 1 เดือน ตนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังสมาชิกพรรคทุกคน ห้ามเกี่ยวข้อง ข้องแวะ ข้องเกี่ยวใดๆ เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ เกิดขึ้น หนังสือนั้นยังอยู่ แต่ผู้สื่อข่าวก็ไม่เคยเอามาเผยแพร่ มัวแต่ไปถามไปฟังคนโน้นคนนี้ แล้วเอามาเป็นเรื่องเป็นราว
เมื่อถามว่า กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน เพื่อพูดคุยเรื่องฮั้วสว. นายอนุทิน ได้เดินทางไปที่โรงแรมพูลแมน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โรงแรมพูลแมน ต้องถามว่าวันไหนตนไม่ไป อย่าถามว่าตนไปวันไหน ตนอยู่ตรงนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่ก่อนมาเป็นรองนายกฯ
เมื่อถามว่า มีความพยายามเชื่อมโยงถึงวันที่ผู้สมัคร สว.ไปรวมตัวกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามทำไมเขาไปวันนั้น โรงแรมพูลแมน มีวันไหนตนไม่ไป ตอนไม่ได้เป็นรองนายกฯ ก็ไปใช้สปา ตั้งแต่เขาเปิดแล้วมั้ง
เมื่อถามว่า วันที่มีการรวมตัวกันได้เดินไปทักทายหรือไม่ จนทำให้เกิดข้อสงสัย นายอนุทิน ตอบว่า ตนทักทุกคน เพราะส่วนใหญ่ตนนั่งดื่มกาแฟที่ล็อบบี้ โดยเฉพาะตอนไม่มีตำแหน่ง แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วรปภ.ไม่ยอมให้นั่ง ส่วนได้คุยเรื่องสว.หรือไม่นั้น ตนอยู่ที่พูลแมนเช้าจดค่ำทุกวัน คนเป็นหมื่นเป็นพันคนมีแต่คนเข้ามาขอถ่ายภาพด้วยตนก็ให้ถ่ายทุกคน ตนไม่เคยเข้าไปขอใคร
เมื่อถามอีกว่า ทราบหรือไม่ว่ามีการรวมตัวกัน นายอนุทิน ตอบว่าไม่ทราบ เจอก็ทักทุกคน เช่นเจอสื่อก็ทักทาย เมื่อถามย้ำอีกว่าได้ทักทายกับคนที่ไปเป็นสว.หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “เพียบ โรงแรมนี้เหมือนสมัยก่อนแถวพญาไท ราชเทวี ที่เป็นที่รวมตัวของคน เพราะมีร้านอาหารต่างๆเป็นเรื่องปกติ ไม่มีแสดงอะไรทั้งนั้น”
เมื่อถามว่า ไม่มีอะไรในก่อไผ่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตรงนั้นไม่มีก่อไผ่ เมื่อถามว่า ไม่สามารถนำเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเรื่องฮั้วได้ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ถามตนก็ต้องตอบว่าไม่สามารถมันไม่เกี่ยว
เมื่อถามอีกว่า มีการเชื่อมอดีตที่ปรึกษาเกี่ยวกับคดีฮั้วสว. นายอนุทิน ย้อนถามว่า ใครอดีตที่ปรึกษาคนไหนขอให้เอ่ยชื่อ หากเป็นที่ปรึกษาตน ก็ต้องมาลาออกกับตน จะไปลาออกกับคนอื่นได้อย่างไร และหากมีใครมาลาออกไปลง สส. หรือ สว.ก็เป็นเรื่องปกติ หากไม่ออกก็ขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเลย และส่วนใหญ่ใครลาออก ตนก็อนุมัติให้ลาออก ไม่ดึงให้ใครอยู่ เพราะถือว่า หากใจคิดออกแล้วก็มีส่วนที่ไม่อยากทำงานแล้ว
เมื่อถามว่า กังวลใจหรือไม่จะมีคนไปร้องเรียนจนนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ตอบว่า ”ถามว่ากังวลหรือไม่ ในเมื่อไม่ได้ทำอะไร จะไปกังวลทำไม รำคาญหรือไม่ ก็รำคาญ“ เมื่อถามว่า รำคาญมากหรือไม่และรำคาญแบบไหน นายอนุทิน หัวเราะในลำคอ ก่อนกล่าวว่า ”สมเพชๆ “








