"ยิ่งชีพ iLaw" ท้าทาย นายกฯ และพรรคภูมิใจไทย ออกมาชี้แจงความจริงปมขบวนการโกงเลือก สว. ลั่นพร้อมหน้าหงายหากอีกฝ่ายแจงได้ เผยข้อมูลที่ถืออยู่เป็นเพียงเศษเสี้ยวจากสำนวนจริงกว่า 90,000 หน้า เตือนหาก กกต. ไม่สั่งฟ้อง เตรียมงัดไม้เด็ดแฉสลิปเส้นทางการเงินทั้งหมด พร้อมรับมือถูกฟ้องกลับ ยืนยันทำหน้าที่ด้วยความสุจริต
วันที่ 26 ก.ค.2569 เวลา 12.10 น.ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย เตรียมเดินหน้าดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องว่า ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. มีขนาดใหญ่มากมหาศาล สำนวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความหนาประมาณ 90,000 หน้า ขณะที่ข้อมูลที่ทาง iLaw ถืออยู่เป็นเพียง 5% และที่นำเสนอต่อสาธารณะไปแล้วก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น
"ถ้า กกต. สั่งฟ้อง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอในชั้นศาล ให้ไปว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าผู้ต้องหาคนไหนถูกยกฟ้อง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน แล้วเรื่องจบไป เราก็ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องพยายามเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเปิดเผย" นายยิ่งชีพ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชวนไปเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ นายยิ่งชีพ กล่าวติดตลกว่า หากไปเที่ยวก็อยากไป แต่หากมีหมายเรียกก็พร้อมเดินทางไปตามกระบวนการข้อเท็จจริง พร้อมระบุคำท้าทายไปยังผู้เกี่ยวข้องว่า
"ถ้าออกมาชี้แจงก็จบ ถ้าชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด ท่านรู้ดีกว่าใครว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตและบุคคลรอบตัวท่าน ทราบจากปากพยานยังไม่เยอะเท่าที่ท่านรู้ ขอเชิญชวนทุกคนที่ถูกกล่าวถึงให้ออกมาอธิบายและชี้แจงด้วยตัวเอง... ผมท้าว่าพร้อมหน้าหงาย ถ้ายอมออกมาชี้แจงความจริง"
เมื่อถามว่าฝ่ายผู้ถูกกล่าวหามักอ้างว่าพยานบุคคลไม่มีความน่าเชื่อถือ นายยิ่งชีพ กล่าวว่า แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน พร้อมตอบคำถามเรื่องเส้นทางการเงินว่า "มี มีเยอะกว่านี้" แต่ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยในตอนนี้ เว้นแต่กรณีที่ศาลไม่สั่งฟ้อง และคดีจบลงโดยทำอะไรไม่ได้ ถึงเวลานั้นจึงมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลเส้นทางการเงินมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
เมื่อถามว่าประเด็นที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าสามารถฟ้องแยกคดีได้นั้น นายยิ่งชีพ มองว่าในทางกฎหมายการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่มีผู้เสียหายหลายคนควรพิจารณาในคดีเดียวกัน แต่หากมีการส่งหมายเรียกมาตนก็พร้อมเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ยอมรับว่าเสียเวลาแต่ไม่มีอะไรต้องกังวล
“ยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดมีที่มาและผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ หากมีส่วนใดคลาดเคลื่อนก็พร้อมรับฟังการตรวจสอบ แต่ไม่มีเจตนาใส่ร้ายหรือหมิ่นประมาท ทั้ง 9 คนที่เคยเอ่ยชื่อไป ยังมีข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องมากกว่านี้อีกมาก ซึ่งตนยังไม่ได้พูดทั้งหมดเนื่องจากยังไม่มีความจำเป็น และอยากฝากให้ทางพรรคฝ่ายค้านช่วยกันตรวจสอบและนำเสนอเพิ่มเติมด้วย”นายยิ่งชีพ กล่าว
เมื่อถามว่า หากนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเลือกที่จะนิ่งเฉยและปล่อยให้คดีเดินหน้าไปเรื่อยๆ จะมีไม้เด็ดอะไรในการกดดัน นายยิ่งชีพ ยอมรับว่า ตนไม่มีอำนาจใดๆ เกินกว่านี้ คนที่มีอำนาจคือพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะต้องใช้กลไกทางสภาเพื่อบีบให้ฝ่ายรัฐบาลออกมาชี้แจง
“ผมยังมีข้อมูลที่จะค่อยๆ นำเสนอในโอกาสต่อไป แต่หาก กกต. มีมติสั่งฟ้องโดยเร็ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ซึ่งผมจะยุติการพูดและไปนั่งฟังคำพิพากษาในศาลแทน”นายยิ่งชีพ กล่าว








