โฆษกกรรมาธิการทหาร เรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระมัดระวังในการใช้ กฎอัยการศึก เพื่ออย่าให้มีผลกระทบกับ ประชาชน ในพื้นที่ และเห็นด้วยในการใช้ ยาแรง กับ กลุ่มแบ่งแยกดินแดน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยใน จชต.
วันที่ 24 ก.ค.69 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล กรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะ โฆษก คณะกรรมาธิการ ขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวของ ทหาร และ อส.ทพ ทั้ง 5 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของ กองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเข้าควบคุมพื้นที่ จ.นราธิวาสทั้งจังหวัด เพื่อใช้ เจ้าหน้าที่สามารถ ตรวจค้น จับกุม รวมทั้งการใช้อาวุธ ได้ ตามก ฎอัยการศึก เพื่อการติดตาม จับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่หลังการก่อเหตุ ได้นำรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเผาทำลายที่ ต.กาลิซา อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ก่อนที่จะหลบหนี การประกาศใช้กฎอัยการศึก ในพื้นที่ จ,นราธิวาส ครั้งนี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงขอให้ ผบ.ฉก.นราธิวาส กอ,รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความระมัดระวังในการใช้กฎอัยการศึก เพื่อให้เกิดผลกระทบกับสิถีชีวิตของประชาชน ทั้งในการ ตรวจค้น ผู้ต้องสงสัย การ จับกุม การใช้อาวุธ รวมทั้งการเดินทางของประชาชน และอาชีพการเกษตร ซึ่งต้องกรีดยาง และที่สำคัญในพื้นที่อยู่ระหว่างการตัดผลทุเรียนมีดแรก รวมถึงการปฏิบัติศาสนกิจในยามค่ำคืนของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ที่เป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ จึงขอให้ ฉก.นราธิวาส และปกครอง ได้มีการประชาสัมพัรธ์ให้ประชาชนทั้งใน จ.นราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับทราบ รวมทั้งรายละเอียดที่ ประชาชน ต้องปฏิบัติตามกฎอัยการศึก ที่ประกาศใช้
ในส่วนของการแก้ปัญหาความสูญเสีย ทั้งของ เจ้าหน้าที่และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ กอ,รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีการทบทวน การปฏิบัติหน้าที่ ของ กำลังพล ในจุดตรวจ โดยให้ปฏิบัติตาม ยุทธวิธี อย่างเคร่งครัด เข่น ไม่เกาะกลุ่ม อยู่ในจุดตรวจ เพราะการที่กำลังพบ เกาะกลุ่ม อยู่ในจุดตรวจ เมื่อฝ่ายตรงข้ามโจมตี ต้องสูญเสียทั้งหมด รวมทั้งไม่มีโอกาสในการต่อสู้กับคนร้าย และขอให้พิจารณาการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ที่ควรตั้งในชุมชน ในตลาด ที่บ้านเรือนประชาชน เพราะเมื่อเกิดการโจมตี ประชาชนต้องได้รับ บาดเจ็บ ล้มตาย และ บ้านเรือน ยานพาหนะ ได้รับความเสียหาย รวมทั้ง การที่เจ้าหน้าที่จะยิงตอบโต้กับ คนร้าย ก็ไม่สะดวก เพราะกระสุนปืนอาจจะไปโดนประชาชน ที่มีบ้านเรือนติดกับ จุดตรวจ จุดสกัด
กำลังทุกหน่วยในพื้นที่ ต้องปรับปรุงงานมวลชน และงานการข่าว วันนี้งานมวลชน ของ กอ.รมน.ภาค 4 ล้มเหลว ทำให้งานการข่าว ล้มเหลวตามไปด้ด้วย เมื่องานการข่าวล้มเหลว งานป้องกัน ก็ไม่ได้ผล เพราะไม่รู้ว่า เป้าหมายของ ฝ่ายตรงข้ามอยู่ตรงไหน เป็นการป้องกัน แบบ เหวี่ยงแห และสิ่งที่ ประชาชน สงสัย หลังการก่อเหตุ ทำไม่คนร้ายสามารถหลยหนีไปได้ โดนจุดตรวจ จุดสกัด ไม่พบเหตุยานพาหนะของคนร้าย โดยเฉพาะกรณี การโจมตีจุดตรวจล่าสุดที่เกิดขึ้น หลังการโจมตี คนร้ายขับรถยนต์หลบหนีระยะทาง 30 กิโลเมตร ก่อนที่จะ วางเพลิงรถยนต์เพื่อทำลายหลักฐาน นี่คือเรื่องที่ กอ,รมน.ภาค 4 ต้องตอบให้ประชาชนหายข้องใจ เพราะหากไม่อธิบาย จะทำให้ประชาชนเชื่อตามที่ บีอาร์เอ็น ปลุกระดม ว่า จุดคตรวจ จุดสกัด ไม่มีประโยชน์ เพราะป้องกันเหตุ ป้องกันความปบอดภัยของประชาชนไม่ได้
เห็นด้วยกับการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้ยาแรง กับ กองกำลัวติดอาวุธ ในครั้งนี้ เพื่อไลล่า กองกำลังติดอาวุธใน จ.นราธิวาส ที่ ก่อเหตุ ซ้ำซาก ต่อเนื่องแต่ต้องไม่ลุกลามไปยังพื้นที่ จ,ปัตตานี และ ยะลา เพราะมีโอกาสที่เป็นไปได้ ที่ กำลังติดอาวุธ ใน ปัตตานี และ ยะลา จะ ก่อเหตุแบบที่เกิดใน จ.นราธิวาส และ ยะลา เพื่อให้ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เห็นว่า สถานการณ์ มีความรุนแรง และเลวร้ายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการทำลายเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประชาชน ตามความต้องการของ บีอาร์เอ็น
และ สิ่งที่เป็น กังวล ขอให้ กอ,รมน,ภาค 4 ส่วนหน้าให้ความสำคัญคือการ รักษาความปลอดภัย ปั้มน้ำมัน โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจอื่นๆ ในพิ้นที่ ซึ่งอาจจะถูก วางระเบิด วางเพลิง เพื่อการตอบโต้การใช้ กฎอัยการศึก ในครั้งนี้ โฆษก กรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวด้วยความเป็นห่วง สถานการณ์ในพื้นที่








