"กรวีร์ ปริศนานันทกุล"ประธานวิปรัฐบาล ออกโรงโต้ทันควัน หลังมีชื่อติด 1 ใน 9 ผู้ถูกกล่าวหาเชื่อมโยงคดีฮั้วเลือก สว. ชี้ชัดเป็นข้อมูลเก่า ไร้พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ ยันพร้อมรับการตรวจสอบแต่ต้องถูกต้อง เผยเตรียมจับมืออีก 8 รายชื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี
วันที่ 24 ก.ค.2569 เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัจฉริยะกุลชัย และภาคประชาสังคม ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 9 บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งปรากฏชื่อของตนเองรวมอยู่ด้วย ว่า ที่ผ่านมาติดภารกิจประชุมงบประมาณจึงยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ โดยยืนยันว่านักการเมืองและบุคคลสาธารณะพร้อมให้สังคม ฝ่ายค้าน และองค์กรอิสระตรวจสอบอยู่แล้ว และไม่เคยหลบลี้หนีการตรวจสอบ แต่มองว่ากระบวนการตรวจสอบต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ใช่การนำประเด็นที่ไม่มีมูลความจริงมาใส่ความฝั่งตรงข้ามเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด
เมื่อถามถึงรายละเอียดของข้อกล่าวหา นายกรวีร์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาในส่วนของตนเป็นเพียงการอ้างว่า “ผู้ช่วย ส.ส. รู้จักกับผู้สมัคร สว. และขับรถพาไปสมัคร” ซึ่งตนพยายามฟังรายละเอียดถึง 2 รอบ ก็ยังเกิดความสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร
“หากมีใครสักคนไปกล่าวหานายยิ่งชีพ อย่าไปเอ่ยชื่อเขาเลย เอาเป็นว่า ย.ช. จะยิ่งชีพ ยิ่งชั่ว ก็ไปว่ากัน มีคนไปกล่าวหาเขา สมมติว่ามีคนไปกล่าวหาเขาว่าอยู่ในขบวนการ Forex โดยที่พรรคทางโน้นเขาเกี่ยวข้องจะทำอย่างไร หรือมีคนไปกล่าวหานาย ย.ช. ว่ามีกระบวนการสมรู้ร่วมคิด ไปปลุกปั่นเยาวชน ให้ออกมาเคลื่อนไหว หรือทำให้สังคมเสียหาย ซึ่งเขาไม่ได้ทำ แล้วจะออกมารักษาสิทธิ์ของตัวเองหรือไม่ ผมก็เหมือนกัน เราได้รับความเสียหาย ถูกใส่ร้ายป้ายสี เราก็ต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเอง เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเอง ถ้าพวกผมไม่ออกมาตอบโต้หรือดำเนินคดี เขาก็จะบอกอีกว่า นี่ไง ก็เฉย ก็รับ ซึ่งกระบวนการขั้นตอนเหล่านี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย”นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวว่า หากบอกว่าตนเป็นคนขับรถพาไปสมัครเอง หรือมีคลิปวิดีโอ คลิปเสียง หรือหลักฐานการโอนเงินว่าตนเข้าไปอยู่ในขบวนการฮั้ว สว. แบบนั้นค่อยว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นเรื่องของบุคคลอื่น แล้วพยายามโยงมาถึงตัวตน ซึ่งทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าทั้ง 9 คนอยู่ในขบวนการโกง ข้อมูลที่นำมายื่นต่อวิปฝ่ายค้านต่างยอมรับเองว่าเป็น “ข้อมูลเก่า” ที่เคยมีการตั้งกระทู้ถามและตรวจสอบผ่านชั้นกรรมาธิการไปแล้ว จึงน่าคิดว่าการออกมาเคลื่อนไหวในจังหวะนี้ทำไปเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการอ้างเรื่องระเบียบศาลฎีกาเกี่ยวกับ คดีปิดปาก (SLAPP Suits) นายกรวีร์ กล่าวชี้แจงว่า หากรัฐบาลหรือ ส.ส. ใช้อำนาจรัฐไปปิดปากคนที่นำความจริงมาเผยแพร่ นั่นถึงจะเรียกว่าฟ้องปิดปาก แต่กรณีนี้ฝ่ายผู้กล่าวหายอมรับเองว่าไม่มีหลักฐาน และไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์และทวงคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับทางพรรคและอีก 8 รายชื่อ เพื่อพิจารณาข้อหาทางกฎหมายต่อไป








