"ศิริกัญญา ตันสกุล" เผยภาพรวมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในชั้นอนุกรรมาธิการ พบจุดพิศดารเพียบ! ชี้สวัสดิการประชาชนโดนตัดเรียบ แต่กลับตั้งงบซื้อของ Data Center แพงเกินจริง เตือนรัฐบาลเบิกงบกลางทำโซลาร์บาดาล 6.5 พันล้าน หวั่นซ้ำรอยคดีทุจริตปี 63
วันที่ 24 ก.ค. 2569 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการประชุม กมธ.งบประมาณ ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การพิจารณารายหน่วยงานในห้องใหญ่คืบหน้าไปกว่าครึ่งทางแล้ว โดยบรรยากาศเน้นการพูดคุยเชิงนโยบายเป็นหลัก เนื่องจากงบประมาณภาพรวมถูกตัดลดลงไปค่อนข้างมากตั้งแต่ชั้นจัดทำงบฯ แม้ภาพรวมงบประมาณจะถูกตัดออกไปเยอะ แต่เมื่อสัปดาห์นี้เริ่มเข้าสู่การพิจารณาในชั้น "อนุกรรมาธิการ" กลับพบความผิดปกติในระดับรายการที่มีราคาสูงเกินจริงอย่างมาก
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในส่วนของ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่างบประมาณที่เป็นสวัสดิการตรงถึงมือคนพิการถูกปรับลดลง แต่กลับไปเพิ่มงบประมาณบริหารจัดการภายใน เช่น การสร้าง Data Center จัดทำฐานข้อมูล ซึ่งเมื่อตรวจสอบเจาะลึกกลับพบการตั้งราคาสิ่งของแพงผิดปกติ อาทิ ประตูหนีไฟ ราคา 200,000 บาท ชุดสำรองไฟ (UPS) ราคา 800,000 บาท เก้าอี้สำนักงาน ตัวละ 15,000 บาท
"สวัสดิการที่จะถึงมือประชาชนถูกตัดออกไปเยอะ แต่กลับพบรายการจัดซื้ออุปกรณ์ภายในหน่วยงานที่ราคาแพงเกินจริง ซึ่งอนุกรรมาธิการต้องดำเนินการปรับลดและตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
กมธ.งบประมาณ พรรคประชาชน ยังชี้ให้เห็นถึงความซ้ำซ้อนของการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะงบประมาณด้านดิจิทัล ซึ่งปีนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้รับงบเพิ่มขึ้นถึง 30% รวมเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อทำระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Cloud) อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าหน่วยงานต่างๆ ยังคงมีการตั้งงบประมาณขอซื้อหรือเช่าระบบคลาวด์แยกต่างหาก อนุกรรมาธิการบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลจึงมีมติ "สั่งแขวน" งบประมาณในส่วนนี้ของหน่วยงานต่างๆ ไว้ก่อน โดยกำหนดให้ต้องได้รับใบรับรองจากกระทรวง DE ก่อนว่าไม่ซ้ำซ้อน และคลาวด์กลางไม่สามารถรองรับได้จริงๆ จึงจะอนุญาตให้ผ่านงบได้
สำหรับงบประมาณของ กระทรวงมหาดไทย น.ส.ศิริกัญญา ตั้งข้อสังเกตใน 2 ประเด็นหลัก งบอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (เช่น นบส.) มีการขอสนับสนุนงบกลางหลายสิบล้านบาท ขณะเดียวกันก็จัดเก็บค่าหลักสูตรสูงถึง 200,000–300,000 บาทต่อคน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแบบ "กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา" เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต้องเจียดงบไปซื้อคอร์สเรียน แต่สุดท้ายผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลายคนกลับเกษียณอายุราชการก่อนได้เลื่อนตำแหน่ง โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย เกิดความล่าช้าสะสมจากแผนเดิมที่ต้องเสร็จสิ้นภายในปี 2569 ปัจจุบันคืบหน้าเพียง 1 ใน 3 เนื่องจากผู้รับเหมาเดิมฟันราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 500 ล้านบาทจนประสบปัญหาสภาพคล่อง และล่าสุดบริษัทผู้ควบคุมงาน (Stonehenge) ก็ประสบปัญหาสภาพคล่องซ้ำ ส่งผลให้รัฐต้องเสียโอกาสและต้องตั้งงบประมาณปรับปรุงอาคารเดิมไปเรื่อยๆ
น.ส.ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญถึงการอนุมัตินำ งบกลาง 6,500 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการเตรียมการรับมือภัยแล้ง โดยทำโครงการ "ระบบสูบน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์บาดาล)" เพื่อการอุปโภคบริโภค ความน่ากังวลคือ รูปแบบโครงการลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 วงเงินกว่า 7,500 ล้านบาท ซึ่งต่อมาถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลว่าเสี่ยงต่อการทุจริตจนรัฐบาลต้องยกเลิกโครงการไป จึงขอให้ประชาชนและผู้มีความรู้ช่วยกันจับตาการทำประชาพิจารณ์ร่าง TOR ในขณะนี้ว่า มีการ "ล็อกสเปก" อุปกรณ์เจาะบาดาล หรืออินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่
"เป็นเรื่องแปลกที่กรมชลประทานโดนตัดงบประมาณไปประมาณ 7,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับเลือกเร่งด่วนนำงบกลางอีก 6,500 ล้านบาทมาใช้ทำโครงการลักษณะนี้ในช่วงปลายปีงบประมาณ" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว








