เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน THAILAND² “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า นายยศชนัน เชิญตนให้มาร่วมงานและแจ้งว่าจะถือโอกาสพูดถึงภารกิจงาน 5 กระทรวงที่อยู่ในการดูแลของเพื่อไทย ซึ่งตนบอกว่านี่มันงานของอาจารย์ อาจารย์ต้องทำหน้าที่เป็นประธาน แต่นายยศชนันให้เกียรติตนอยากให้ตนมาเพื่อได้ทราบว่ารัฐบาลของเราทำอะไรเพื่อประชาชนและประเทศชาติไปพร้อมกัน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เราทำความเข้าใจกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าไม่ใช่รัฐบาลผสม เป็นรัฐบาลร่วมกัน เป็นรัฐบาลของประชาชนและประเทศ ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนให้ทุกคนทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่
นายกฯ กล่าวว่า ขอชื่นชมการจัดงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งถูกที่และถูกเวลา เนื่องจากการพัฒนาคนเป็นวาระเร่งด่วนของโลก ท่ามกลางความท้าทายจากสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศจะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ จำเป็นต้องมีทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพสูงและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนไทย เพราะทุนมนุษย์เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย
นายกฯ กล่าวถึง การหารือกับผู้นำจีนและผู้ประกอบการชั้นนำของไทยและจีน ในระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ผ่านมาว่า สาระสำคัญที่ได้พูดคุยกันคือเรื่องของโลกยุคใหม่ที่กำลังแข่งขันกันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ดังนั้นรัฐบาลจึงเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หลายฉบับกับจีน เพื่อร่วมพัฒนากำลังคนและยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก การยกกำลังประเทศไทยให้พร้อมทั้งรับมือและ รับโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงต้องเริ่มต้นจากการยกกำลังคนไทยให้แข็งแรงขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ที่ทำงานมาด้วยกัน ตนได้เห็นฝีมือและการทำงานของรัฐมนตรีทุกท่านที่กำกับดูแลกระทรวงนี้อย่างเต็มที่ สมัยก่อนเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ไม่มีเวลาที่จะไปติดตาม ไม่มีเวลาไปก้าวก่ายกัน สมัยนั้นตนเป็นมท.1 แค่เรื่องของตนก็แย่จะตายอยู่แล้ว จะไปนั่งถามงานมันไม่ใช่หน้าที่และเสียมารยาท แต่วันนี้เรามาอยู่ในรัฐบาลชุดเดียวกันแล้ว และมาวันนี้ได้มาเจอเพื่อนๆในครม. ซึ่งตนสบายใจที่ทำงานร่วมกับท่าน ตนสามารถเห็นการตอบสนองเจตนารมณ์ของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี เราปรับตัวกันนิดเดียว ต้องขอขอบคุณนายยศชนัน นายจุลพันธ์ นายสุริยะ นายประเสริฐ ผู้ที่ตนมีความเคารพนับถือเป็นอย่างสูงมาเป็นเวลานาน ขอบคุณรัฐมนตรีทุกคนของพรรคเพื่อไทย ตนทำงานอย่างมีความสุข และจะมีความสุขยิ่งกว่านี้ถ้าเรานำสิ่งที่เรามีซึ่งกันและกันมารวมกัน และส่งมอบคืนให้ประชาชนผู้ที่ไว้วางใจให้เรามาทำงาน
“วันนี้หนูกับหนิมรักกันปานจะกลืน ฉะนั้นเราต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าบทบาททางการเมืองจะเป็นอย่างไร อันนั้นมันเป็นบทบาท แต่สิ่งที่ผมมั่นใจในตัวพวกท่านทุกคนก็คือ เมื่อมันมาถึงเรื่องของประเทศ เรื่องของประชาชน พวกเราทุกคนไม่ลังเล นึกถึงความสำคัญของพวกเขาก่อน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ทำให้เราไม่มีอดีต และไม่มีสิ่งที่เราติดค้างคาใจอะไรกัน พวกเราตอบกันได้ว่าทั้งหมดทั้งหลายที่เราทำเพื่อประเทศชาติ ทุกอย่างเคลียร์หมด มีแต่อนาคตที่สดใสของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนรัฐนาวาลำนี้ให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าพัฒนา” นายอนุทินกล่าว
จากนั้นนายกฯ ได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้จัดงาน ก่อนรับชมวีดิทัศน์ผลงาน 90 วัน ของ 5 กระทรวงภาคีเครือข่าย








