ผอ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ควงแขน นักวิชาการ TDRI จี้รัฐบาลเอาจริงปราบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังพบโกงสูงถึง 1 ใน 3 หวั่นทำลายความน่าเชื่อถือประเทศบนเวทีโลก ชี้ค่านิยมซื้อตำแหน่งสร้างวิกฤตระบบราชการ แนะกวาดล้าง "ตัวกลาง" พ่อค้าประสานดีล และรื้อระบบวินัยป้องกันการอุ้มคนผิด
วันที่ 20 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ "มาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) การต่อต้านคอร์รัปชันกับเส้นทางประเทศไทย" โดยมีตัวแทนภาคประชาสังคมและนักวิชาการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้น
โดยนายกิตติเดช ฉันทังกูล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยถึงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สะท้อนความเน่าเฟะในโครงสร้างภาครัฐ จากผู้สอบผ่านราว 1.5 หมื่นคน พบว่ามีการทุจริตสูงถึง 5,900 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ซึ่งอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก เรื่องนี้สร้างคำถามสำคัญว่า เงินที่นำมาจ่ายสินบนมาจากไหน หากเป็นเงินที่ยืมจากครอบครัวโดยรับรู้ว่านำไปซื้อตำแหน่ง ย่อมเท่ากับว่าสังคมกำลังยอมรับและสนับสนุนการโกง
"คนไทยกำลังมีค่านิยมที่เปลี่ยนไป มองว่าการซื้อตำแหน่งเพื่อให้คนในครอบครัวได้เติบโตในระบบราชการเป็นเรื่องที่รับได้ ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าอดีต เพราะระบบกลายเป็นเลือกคนที่มีเงินจ่าย ไม่ได้เลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ" นายกิตติเดช กล่าว
นายกิตติเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือ "กลุ่มตัวกลาง" ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาลูกค้าและประสานงานจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นกลุ่มที่เก็บค่าต๋งทางธุรกิจโดยไม่สร้างผลผลิตใดๆ ให้ระบบเศรษฐกิจ แถมยังทำหน้าที่เป็น "ตัวตัดตอน" ทำให้คดีฟ้องร้องสาวไม่ถึงผู้ใหญ่ระดับสูง จึงขอเสนอให้เร่งปรับปรุงกฎหมายเอาผิดตัวกลางและตัวหลักให้ชัดเจน พร้อมนำมาตรการกิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine) มาใช้เพื่อปิดช่องการเรียกรับสินบน
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาล แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ปล่อยให้หน่วยงานอย่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โยนความรับผิดชอบกันไปมา พร้อมเสนอให้ตั้งตัวชี้วัด (KPI) หากพบการทุจริตในหน่วยงาน หัวหน้าหน่วยงานนั้นต้องร่วมรับผิดชอบ และปรับปรุงการลงโทษทางวินัยให้เด็ดขาดเหมือนกรณีของต่างประเทศ เพื่อเลิกระบบ "ผลัดกันเกาหลัง" หรือการช่วยเหลือคนผิด
ด้าน นายธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่สะท้อนว่า เรากำลังได้คนแบบไหนเข้ามาทำงานในระบบราชการ การใช้ช่องโหว่เข้าไปแก้ไขคะแนนสอบจะยิ่งสร้างปัญหาตามมาอีกมหาศาล
“การเข้าเป็นสมาชิก OECD จะไม่เกิดประโยชน์ หากประเทศไทยไม่เริ่มจัดการปัญหาภายในบ้านของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเมืองที่ไม่โปร่งใสและการสอบบรรจุที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งผู้นำประเทศต้องเอาจริงเอาจังกับทุกปัญหาอย่างเท่าเทียม หากเลือกปฏิบัติเฉพาะบางเรื่อง ก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งประชาชนและประชาคมโลก”นายธิปไตร กล่าว








