"ภคมน" จี้ "นายกฯ" ทูลเกล้าฯ ถอดถอนประธาน กสทช. หลังพบขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น
วันที่ 17 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาคุณสมบัติของนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยระบุว่าทางคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเรื่องนี้มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง จากวาระที่ออกไป 4 ครั้ง ซึ่งตลอดการประชุมที่ผ่านมาพบอุปสรรคจำนวนมาก เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่ควรจะเข้ามาให้ข้อมูลเท่าที่ควร ทำให้กรรมาธิการฯ ต้องใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกเพื่อขอเอกสารสำคัญต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณา ซึ่งข้อมูลและเอกสารทั้งหมดถูกรวบรวมและส่งให้กับคณะกรรมการสรรหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร รองประธานกรรมาธิการคนที่ 1 และนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ ได้นำเอกสารเพิ่มเติมไปยื่นต่อคณะกรรมการสรรหา โดยมีรายละเอียดสำคัญคือหนังสือตีตราลับจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่ยืนยันว่านายแพทย์สรณได้ลาออกจากตำแหน่งเดิมตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แต่ข้อมูลดังกล่าวกลับขัดแย้งกับเอกสารของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ยืนยันว่าในระหว่างวันที่ 8 ถึง 12 เมษายน นายแพทย์สรณยังคงประกอบวิชาชีพและได้รับค่าตอบแทนอยู่ ซึ่งถือว่าขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้นในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ทางกรรมาธิการฯ จึงได้นำส่งความเห็นและเอกสารของทางกระทรวง อว. ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาตามข้อเท็จจริงดังกล่าว
จากการที่คณะกรรมการสรรหามีมติ 4 ต่อ 0 ว่านายแพทย์สรณมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนนั้น นางสาวภคมนชี้แจงว่า เนื่องจากตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ หน้าที่ต่อไปจึงตกเป็นของนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องดำเนินการนำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนประธาน กสทช. ออกจากตำแหน่งตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ. กสทช.) โดยทันที ขณะเดียวกันสำนักงาน กสทช. จะต้องทำหนังสือแจ้งไปยังวุฒิสภาภายใน 15 วัน เพื่อให้ดำเนินการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งใหม่โดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่านายแพทย์สรณควรต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะอย่างไรหรือไม่ นางสาวภคมน กล่าว "ในเรื่องที่คุณมีมติในการนั่งหัวโต๊ะควบรวมค่ายมือถือ และพี่น้องประชาชนต้องแบกรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงหลายเรื่องในกองทุนยูโซ่ที่คุณอนุมัติเงินไปทั้งหมด ซึ่งเป็นเงินทรัพยากรของประเทศไม่รู้กี่พันล้านบาท ดิฉันคิดว่าคุณควรมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แม้คุณจะไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่คุณอยู่ในตำแหน่งที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่มีเงินมหาศาล และคุณจะหนีสาธารณะต่อไปไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจากการกระทำของคุณในฐานะที่เคยนั่งหัวโต๊ะอนุมัติเรื่องสำคัญที่ผ่านมา"
ทั้งนี้ กรรมาธิการฯ จะรอติดตามท่าทีของนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่จะถึงนี้หลังจากเดินทางกลับมา ว่าจะมีมาตรการดำเนินการอย่างไรต่อเรื่องนี้ หากยังไม่มีความเคลื่อนไหว กรรมาธิการฯ จะทำหนังสือความเห็นส่งถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงเพื่อย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการถอดถอน นอกจากนี้ยังต้องมีการพิจารณาความรับผิดชอบย้อนหลังตามข้อกฎหมายของ พ.ร.บ. กสทช. ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ และการประกอบวิชาชีพในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งต้องอาศัยความเห็นจากนักกฎหมายและนักวิชาการเพื่อระบุระดับความรับผิดชอบที่เหมาะสมต่อไป
นางสาวภคมนกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคุณสมบัติของนายแพทย์สรณนั้นยืดเยื้อมานานถึง 4 ปี แต่วันนี้เอกสารที่กรรมาธิการฯ รวบรวมมานั้นมีความชัดเจนอย่างยิ่งว่าขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่เริ่มต้น และคณะกรรมการสรรหาก็มีมติเป็นเอกฉันท์แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีน้ำหนักหรือความจำเป็นใด ๆ ที่กระบวนการยุติธรรมหรือฝ่ายใดจะมาช่วยกันปกป้องเพื่อให้คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้อีก
#ภคมน #กสทช #ประธานกสทช #ถอดถอน #การเมืองไทย #นายกรัฐมนตรี #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








