วันนี้ (16ก.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางตรวจเยี่ยมกองทัพไทย โดยมี พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอกอุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รอให้การต้อนรับ
ทันทีที่เดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรี ได้ถวายสักการะพระบรมราชนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นได้ตรวจแถวกองเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ก่อนจะถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกบริเวณด้ายหน้าอาคาร และขึ้นประชุมเพื่อฟังบรรยายสรุป บทบาทหน้าที่และการปฎิบัติงานที่สำคัญของกองทัพไทย โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมกำลังปกป้องราชอาณาจักร รวมไปถึงพัฒนาเสริมสร้างความพร้อมในทุกด้านให้สามารถเผชิญภัยคุกคามได้ทุกมิติ และทุกระดับความขัดแย้ง และสนับสนุนนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลในฐานะศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน หรือ ศบค.ชด.เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ทั้งทางบก น่านน้ำภายใน และทะเลอาณาเขตของไทย
ทั้งนี้ หลังการประชุมนายกรัฐมนตรี จะรับมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายประเภทกิตติมศักดิ์ จากผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ภายหลังนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการกำชับ ผบ.เหล่าทัพเรื่องใดบ้าง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีการหารือเกี่ยวกับแผนการป้องกันประเทศ อธิปไตย ตลอดจนแผนของกองทัพที่เป็นกลไกให้รัฐบาล ในการช่วยเหลือในความสะดวกกับประชาชน รวมถึบการเตรียมความพร้อมทุกเหล่าทัพอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องที่เราทำงานด้วยกันมาตลอด ขอให้ประชาชนวางใจและไว้ใจในความสามารถศักยภาพ และแสนยานุภาพของกองทัพไทย
ส่วนจะใช้งบกลางของรัฐบาลในการสนับสนุนกองทัพด้วยหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า จะงบอะไรก็แล้วแต่ชีวิตคนไทยอธิปไตย ผืนแผ่นดินไทย ต้องมีความปลอดภัย
สำหรับความคืบหน้าในการสร้างรั้วชายแดน นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ได้คุย เพราะถือเป็นเรื่องระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องที่น่าตื่นเต้นกังวลอะไร
เมื่อถามว่ามีแผนจะไปเยี่ยมเหล่าทัพอื่น ๆ หรือไม่ หลังมาตรวจเยี่ยมกองทัพไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความจริงมีการพบกันเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งทางผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ให้เกียรติเชิญตนรับฟังอัปเดตเรื่องความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ
ส่วนที่มีการการตั้งข้อสังเกตว่านายกรัฐมนตรีเหมือนจะขยับเข้าหาและใกล้ชิดกับกองทัพมากขึ้นกว่าเดิม เหมือนเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับนายกรัฐมนตรี นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่า ใกล้ชิดกองทัพแปลว่าอะไร รัฐบาลกับกองทัพเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่ากองทัพก็คือส่วนหนึ่งของรัฐบาลไม่มีการขยับเข้า ขยับออก รัฐบาลขับเคลื่อนในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และความมั่นคง ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าให้อิสระให้กับกองทัพในการแต่งตั้งโยกย้ายใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทำไมต้องบอกว่าให้อิสระ เราต่างคนต่างมีเป้าหมาย เพียงแต่มีเจตนาอารมณ์เดียวกัน หลักคืออธิปไตยของใคร ต้องปกป้องรักษาสุดความสามารถ แผ่นดิน ไทย 1 ตารางนิ้วเดียวเอาไปไม่ได้ และความปลอดภัยของประชาชนเป็นเป้าหมาย ใครจะมาทำให้ประชาชนคนไทยได้รับความเดือดร้อนจากต่างชาติไม่ได้








