“อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่หาดใหญ่ ตรวจระบบบริหารจัดการน้ำ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเร่งอนุมัติงบปรับปรุงระบบระบายน้ำ รับมือน้ำท่วม ย้ำบทบาทฝ่ายค้านคือสะท้อนปัญหาและเสียงประชาชน ไม่ใช่การเล่นเกมการเมือง
วันที่ 11 ก.ค.2569 เวลา 18.00 น. ที่อ.หาดใหญ่ สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย สส. ในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบแก้มลิงคลองเรียน ซึ่งเป็นจุดรับและชะลอน้ำรองรับน้ำป่าและน้ำฝนจากพื้นที่ตอนบน เพื่อไม่ให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจของหาดใหญ่รวดเร็วเกินไป เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชน ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยถึงภาพรวมปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ว่า ขณะนี้ปัญหากำลังถูกบิดเบือนให้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ในข้อเท็จจริง ทุกฝ่ายเพียงแต่ทำหน้าที่ของตนเองเพื่อประโยชน์ของประชาชน หากย้อนกลับไปหลังจากเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ สิ่งแรกที่ทุกฝ่ายเรียกร้องคือการเยียวยาความเสียหาย โดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจ แต่ในขณะนั้นมาตรการต่าง ๆ ต้องสะดุดลงเนื่องจากมีการยุบสภา ทำให้การช่วยเหลือด้านสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
หลังจากการเลือกตั้งเป็นต้นมา พรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องชาวหาดใหญ่ที่ยังคงมีความวิตกกังวลว่า ในปีนี้จะมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดหากเกิดฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำมากเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ สส. ในพื้นที่ ทั้งนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา ได้นำเข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่เดือนพ.ค. โดยได้หยิบยกกรณีความล่าช้าในการปรับปรุงคลอง ร.1 ขึ้นมาส่งสัญญาณเตือนรัฐบาล
"เราพูดถึงปัญหาคลอง ร.1 กันมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนกระทั่งในการอภิปรายงบประมาณ สส.จุรี ก็ได้เน้นย้ำถึงความกังวลเรื่องการเตรียมความพร้อมที่ยังไม่เห็นภาพชัดเจนในตัวงบประมาณ จนเกิดประเด็นตอบโต้กันในสภา แต่ในที่สุดก็พิสูจน์แล้วว่า นายกรัฐมนตรีและคณะต้องลงมาดูพื้นที่จริงด้วยตัวเอง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับงบประมาณฉุกเฉินเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีลงนามอนุมัติไปจำนวน 99.5 ล้านบาทนั้น เป็นการจัดลำดับความสำคัญของโครงการโดยภาคเอกชน ซึ่งขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีรับฟัง แต่อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการอนุมัติงบกลางโดยลำพังนั้นจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีโครงการสำคัญอีกเป็นจำนวนมากที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพของแก้มลิงในการรองรับน้ำ รวมถึงการปรับปรุงระบบประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีงบประมาณรองรับ และจำเป็นต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติเนื่องจากวงเงินเกินกว่าอำนาจนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการชี้แจงของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่ามีความสับสนในการนำคำขอของบกลางไปปะปนกับคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้เน้นการตอบโต้กันไปมา แต่อยากให้รัฐบาลเร่งรัดนำโครงการที่เหลือเสนอต่อ ครม. อย่างเป็นระบบ เพราะขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่มากก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูน้ำหลากแล้ว ฝ่ายค้านไม่มีความประสงค์จะสร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ต้องการเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนชาวใต้ที่ยังคงหวาดผวาและไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ด้าน นายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศบาลนครคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ร่วมสะท้อนปัญหาในพื้นที่ระบุว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองคอหงส์ซึ่งดูแลพื้นที่ฝั่งทิศตะวันออก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำจะไหลบ่าเข้าท่วมตัวเมืองหาดใหญ่ได้เร็วที่สุด ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา เข้ามาดำเนินการขุดลอกคลองเพื่อพร่องน้ำและเตรียมระบายน้ำออกจากฝั่งตะวันออก โดยทำการบายพาส (Bypass) น้ำไปทางปักธงและคลองหวะ เพื่อให้ไหลลงสู่คลอง ร.1 ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่น้ำจะทะลักเข้าสู่ใจกลางนครหาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลได้ทำเรื่องเสนอขอสนับสนุน เครื่องสูบน้ำจำนวน 10 เครื่อง ภายใต้งบประมาณเร่งด่วน (งบกลาง) ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากส่วนกลาง
"เราอยากให้อนุมัติเร็วที่สุด เพราะใกล้จะถึงช่วงหน้าน้ำแล้ว หากได้เครื่องสูบน้ำมาติดตั้งตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ได้ทัน จะช่วยลดความเสียหายให้กับประชาชนได้อย่างมาก ต้องไม่ลืมว่านครหาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเยียวยาและวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาวเพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา" นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ กล่าว








