วันที่ 9 ก.ค. 69 ที่โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ถนนนครนอก ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร โดยมีนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา และนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล จากช่องโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และออนไลน์จำนวนกว่า 30 คน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ศักยภาพของจังหวัดสงขลา ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
โดยคณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลา ได้แก่ ย่านเมืองเก่าสงขลา รับชมการแสดง “โนรา” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา และแหลมสมิหลา แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด เพื่อสะท้อนศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ซึ่งรัฐบาลมุ่งต่อยอดเป็น Soft Power เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับจังหวัดจากเมืองผ่านสู่ "จุดหมายปลายทาง" การท่องเที่ยวคุณภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ภายหลัง ร่วมกิจกรรมและรับชม "การแสดงมโนราห์" นางสาวลลิดา กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาท่องเที่ยวที่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เป็นพหุวัฒนธรรมและพหุสังคมซึ่งมีอาหารที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ รวมถึงวิถีชุมชนที่น่ารักและมีเสน่ห์ จึงอยากเชิญชวนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เข้ามาท่องเที่ยวซึ่งทราบว่าตัวเลขสถิติสูงสุดจากต้นปีจนถึงขณะนี้เกือบ 3 ล้านคน นำรายได้เข้าสู่ประเทศกว่า 20,000 ล้านบาท จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาท่องเที่ยวกันเยอะๆ ทั้งนี้ทราบว่ามีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียก็ขับรถเข้ามาท่องเที่ยวด้วย
นอกจากนี้นางสาวลลิดา ยังกล่าวถึงสถานการณ์ภายหลังน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงเดือนพ.ย. 2568 ว่า ประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา และเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ส่วนมาตรการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้นั้น ส่วนตัวมองว่าขณะนี้เข้าสู่หน้าฝน ทางภาครัฐมีการเตรียมตัวและรับมือกับเหตุการณ์อยู่แล้ว จึงอยากให้สบายใจและอุ่นใจ และมั่นใจว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นที่จะมาท่องเที่ยวจังหวัดสงขลามากขึ้น
ด้านนางสาวพลอยทะเล กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองสงขลาดั้งเดิมมีความสวยงาม ทั้งด้านตึกและด้านอาหาร จึงอยากเชิญทุกคนที่ชอบในการท่องเที่ยววัฒนธรรมท้องถิ่นให้มาสัมผัสในตัวเมืองสงขลา โดยเฉพาะบริเวณโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เพื่อเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่ผ่านมาระหว่างช่วงสงครามโลกและการอยู่ร่วมกันของชาวสงขลา ทั้ง มาลายู ชาวไทย และชาวจีน รวมทั้งตึกลาบ้านช่องก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ปัจจุบันมีคาเฟ่ที่ประชาชนสงขลาได้กลับมาทำมาหากินที่บ้านเกิดด้วย
อย่างไรก็ตาม จังหวัดสงขลามียอดนักท่องเที่ยวสะสมช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 จำนวน 3,125,475 คน/ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 20,636.15 ล้านบาท แบ่งเป็นชาวไทย 8,879.13 ล้านบาท และชาวต่างชาติ 11,757.02 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารนโยบายรัฐบาล เพื่อสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของพื้นที่ สนับสนุนการท่องเที่ยวคุณภาพ และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการมีส่วนร่วมของสื่อมวลชนในการเผยแพร่ภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนและการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้นางสาวลลิดาได้ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาจีน ขณะที่นางสาวพลอยทะเลให้สัมภาษณ์เป็นภาษาใต้ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดสงขลา








