ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เปิดฉากชนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังพบสอดไส้แก้ไขกระดาษคำตอบสูงถึง 5,000 คน ฉะ กสถ. ส่งหนังสือเบี้ยวนัดนาทีสุดท้าย ขู่ครั้งหน้าไม่มาเจอ "พ.ร.บ.อำนาจเรียก" แน่ ขณะที่อธิการบดี มศว. นำทีมเข้าชี้แจงเอง หวังใช้เวทีสภาเคลียร์มลทินจัดซื้อจัดจ้าง ยันเดินหน้าสืบสวนให้สุด สอบสวนพาดพิงถึงระดับอธิบดีหรือใหญ่กว่านั้น
วันที่ 9 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมติดตามกรณีความไม่โปร่งใสในกระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ ว่า ในการประชุมวันนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญตัวแทนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในฐานะหน่วยงานจัดสอบ, คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.), กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมอภิปรายและซักถามในประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยทั้งหมด ทั้งเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ ตลอดจนประเด็น "แฟลชไดรฟ์" ที่ถูกตั้งคำถาม ทั้งนี้ อธิการบดี มศว. พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบฯ ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง โดยระบุว่ามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะใช้เวทีของ กมธ.ป.ป.ช. ในการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ทางมหาวิทยาลัยยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงต่อสาธารณชน
นายอาสพลธ์ แสดงความไม่พอใจกรณีที่ประธาน กสถ. ซึ่งเดิมทีตกปากรับคำว่าจะเดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่ล่าสุดกลับแจ้งติดภารกิจด่วนและไม่ได้ส่งผู้แทนมาร่วมประชุม ทำให้คำถามสำคัญหลายประเด็นต้องถูกเลื่อนออกไป
"จากข้อมูลที่ รมช.มหาดไทย ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า จากผู้สอบผ่านและได้รับการบรรจุ 15,000 คน พบว่ามีผู้ทุจริตด้วยการแก้ไขกระดาษคำตอบสูงถึง 5,000 คน คำถามที่ กสถ. ต้องตอบคือ คนกลุ่มนี้ยังทำงานต่อได้ไหม ต้องสั่งพักงานทันทีหรือไม่? และคนที่ไม่ผิดซึ่งอยู่ในบัญชีสำรอง จะเลื่อนลำดับขึ้นมาแทนอย่างไร? ในเมื่อประธาน กสถ. ไม่มา คำถามเหล่านี้จึงต้องทบไปคราวหน้า แต่ขอเตือนไว้ว่า หากเชิญครั้งที่ 2 แล้วยังบ่ายเบี่ยง ทางกรรมาธิการฯ จะบังคับใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568 ทันที" ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าว
ในส่วนของผู้ทุจริตทั้ง 5,000 คนนั้น ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะต้องเร่งส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยทาง กมธ. จะคอยเร่งรัดเพื่อให้ ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยสั่งให้ข้าราชการที่ทุจริตทั้งหมดหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดำเนินคดีทางวินัยร้ายแรง และส่งฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ กมธ.ป.ป.ช. จะนำข้อมูลทั้งหมดมาถอดบทเรียนเพื่อวางแนวทางป้องกันการทุจริตสอบในอนาคต พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการก้าวก่ายหน้าที่ของหน่วยงานอื่น แต่จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
"วันนี้เรื่องราวสาวไปถึงระดับอธิบดีแล้ว และสังคมก็ตั้งคำถามกันมากว่า ยังมีคนที่อยู่เหนือกว่าอธิบดีร่วมขบวนการนี้อีกหรือไม่ ซึ่งทางกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าจะเกาะติดและตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อลากคอผู้กระทำความผิดทั้งหมดมารับโทษกฎหมาย" นายอาสพลธ์ กล่าว








