"รังสิมันต์ โรม" จี้ปฏิรูปศาลทหาร ยกเคส "น้องเมย" ชี้ควรใช้เฉพาะยามสงคราม
วันที่ 8 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงบทบาทของศาลทหารโดยเชื่อมโยงกับกรณีของ "น้องเมย" นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต และกรณีอื่นๆ ในลักษณะคล้ายกัน โดยระบุว่าโดยหลักการแล้ว ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือบุคคลใดก็ตาม ควรได้รับการปฏิบัติและใช้แนวทางในการดำเนินคดีที่เหมือนกัน แต่เมื่อมีการใช้ศาลทหารในยามปกติ กลับทำให้เกิดความลักลั่นในกระบวนการยุติธรรม ทั้งในประเด็นเรื่องความเชี่ยวชาญทางกฎหมายของบุคลากร การจัดการด้านพยานหลักฐาน และปัญหาเรื่องความเป็นพวกพ้อง ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อครหาตามมาอย่างต่อเนื่อง
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จากประสบการณ์เคยใช้บริการในศาลทหาร โดยยืนยันว่าศาลทหารมีปัญหาเกิดขึ้นจริง และไม่ใช่เพียงเฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดยิ่งพบปัญหาในสัดส่วนที่มากกว่า ดังนั้นจึงเห็นว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ โดยเสนอให้ศาลทหารมีบทบาทเฉพาะในช่วงเวลาที่มีสงครามหรือสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลังเท่านั้น ส่วนในสถานการณ์ปกติ กองทัพควรปรับปรุงบทบาทของศาลทหารเพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสเหมือนที่เกิดขึ้นในคดีของน้องเมย ซึ่งมีความชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตแม้จะเป็นทหารหรือตำรวจ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งย่อมควรได้รับความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล
ประธาน กมธ. การกฎหมายฯ กล่าวต่อไปว่า หากคดีเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลปกติ บทสรุปจะออกมาในทิศทางเดียวกับที่เป็นอยู่หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายกรณีที่พิจารณาผ่านศาลทหารมักให้ผลลัพธ์ที่เป็นลบต่อผู้เสียหาย ซึ่งในฐานะฝ่ายค้านยอมรับว่าการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อพิจารณาจากท่าทีของรัฐบาล แต่สำหรับกรณีเฉพาะหน้าอย่างคดีน้องเมย จะต้องพยายามทวงคืนความยุติธรรมให้ได้มากที่สุด โดยหวังว่าผู้มีอำนาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้บุคลากรกองทัพเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเหมือนกับประชาชนทั่วไปในยามปกติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของกองทัพเองและต่อความยุติธรรมโดยรวม
"ไม่ว่าจะเป็นทหาร จะเป็นตำรวจ จะเป็นใคร ถ้าเสียชีวิต โดยหลักการมันก็ควรที่จะใช้แนวทางการปฏิบัติหรือแนวทางคดีที่เหมือนกัน แต่พอเป็นศาลทหารซึ่งถูกใช้ในยามปกติด้วย มันจะเกิดความลักลั่นกันทันทีว่า ทหารมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแค่ไหน มีความรู้ด้านพยานหลักฐานอย่างไร และมันมีความเป็นพวกพ้อง ซึ่งผมคิดว่าดีที่สุดคือศาลทหารควรจะให้น้ำหนักไปในช่วงเวลาที่มีสงคราม หรือสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลัง แต่ถ้าในยามปกติบุคลากรของกองทัพเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเหมือนกับประชาชนทั่วๆ ไป ผมว่ามันจะเป็นประโยชน์ของกองทัพและส่งผลดีต่อความยุติธรรมโดยรวม"
สำหรับการขับเคลื่อนเรื่องนี้ในอนาคต นายรังสิมันต์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะใช้กลไกของรัฐสภาในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ยอมรับว่าขึ้นอยู่กับโมเมนตัมทางการเมืองของรัฐบาลในแต่ละช่วงเวลาด้วย ซึ่งปัจจุบันยังต้องทำงานทางความคิดอีกมาก แต่ยังเชื่อมั่นว่าหากจะมีพลังอำนาจใดที่สามารถเปลี่ยนผ่านระบบนี้ได้ พลังนั้นย่อมต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เกิดมาตรฐานความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันในทุกภาคส่วน
#รังสิมันต์โรม #ศาลทหาร #น้องเมย #ปฏิรูปกองทัพ #กระบวนการยุติธรรม #ความยุติธรรม #การเมืองไทย #รัฐสภา #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








