จับตา "ศึกนอก" สุดซับซ้อน! "วาสนา นาน่วม" กางข้อมูลลึกสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เตือนระวังชั้นเชิงฮุน เซน ปลุกระแวงการเมืองไทย พร้อมเปิดปมคลิปล็อกเป้าฐานทัพเรือสัตหีบ ยันกองทัพไทยเหนือกว่า ย้ำชัดหากเปิดฉากยิง พร้อมสวนกลับลึกถึงพนมเปญทันที! เชื่อยังไม่เกิดการสู้รบรอบ3เร็วๆนี้
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาสนา นาน่วม คอลัมนิสต์และผู้สื่อข่าวอาวุโสสายความมั่นคง “สยามรัฐ” ให้สัมภาษณ์ "สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์" เผยแพร่ทาง siamrathonline เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาในขณะนี้ ถูกมองว่าเป็น "ศึกนอก" ที่มีความซับซ้อนและต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทของสมเด็จฯ ฮุน เซน ซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักการเมืองไทยและแกนนำทางการเมืองของไทยเป็นอย่างดีมาอย่างยาวนาน ทำให้สามารถใช้ชั้นเชิงเพื่อสร้างความหวาดระแวงภายในกลุ่มการเมืองของไทยเองได้ เหตุการณ์ในอดีตที่เคยมีการปล่อยคลิปอังเคิลจนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองในไทย สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะเป็นประเทศที่เล็กกว่าแต่กัมพูชาก็สามารถใช้ประเด็นความแตกแยกภายในของไทยเป็นเครื่องมือในการแทรกแซงและสร้างแรงกระเพื่อมได้เสมอ
ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีการปลุกกระแสผ่านโซเชียลมีเดียของกัมพูชา ด้วยการนำภาพจาก Google Earth มาส่องฐานทัพเรือสัตหีบพร้อมระบุเป้าหมายด้วยอาวุธ PHL03 เพื่อสื่อถึงการเตรียมโจมตีนั้น วาสนา ระบุว่า จากการตรวจสอบของกองทัพพบว่าเป็นเพียงคลิปเก่าตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่ถูกนำมาตัดต่อใหม่เพื่อสร้างแรงปลุกใจในหมู่ชาวกัมพูชาเท่านั้น แม้กัมพูชาจะพยายามแสดงศักยภาพของอาวุธ PHL03 แต่ในทางปฏิบัติระยะหวังผลจริงอยู่ที่ประมาณ 70-100 กิโลเมตร ซึ่งไม่เพียงพอจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเป้าหมายสำคัญในระยะไกล และทางฝ่ายความมั่นคงไทยก็ได้ยืนยันความพร้อมในการตอบโต้ โดยระบุชัดเจนว่าหากมีการเปิดฉากยิงเกิดขึ้น ไทยพร้อมจะตอบโต้ลึกเข้าไปถึงพนมเปญทันทีเพื่อยุติการสู้รบ
ขณะเดียวกันกองทัพไทยได้ยกระดับความพร้อมอย่างเข้มข้น โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดยืนยันว่าศักยภาพของไทยนั้นสูงกว่าและมีความพร้อมมากกว่าสิ่งที่กัมพูชาพยายามโชว์ในคลิปวิดีโอต่างๆ ส่วนการลงพื้นที่ร่วมกันของเสนาธิการทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ณ บริเวณชายแดนหนองจาน ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน แต่เป็นการประสานงานระดับปฏิบัติการที่ให้นายทหารระดับนำและผู้บังคับฝูงบินได้เห็นพื้นที่จริงและประเมินความหนาของบังเกอร์ เพื่อให้การวางแผนป้องกันและโต้ตอบมีความแม่นยำกว่าการมองผ่านหน้าจอเรดาร์เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เนื่องจากสภาพหน้างานจริงที่ชายแดนพบว่าทหารกัมพูชาเริ่มขยับเข้ามาประชิดแนวรั้วลวดหนามของไทยมากขึ้นในหลายจุด เช่น บริเวณบึงตะกวนและปราสาทตาควาย ซึ่งบางแห่งอยู่ห่างจากทหารไทยเพียง 30-50 เมตร ทำให้ทหารไทยต้องใช้ความอดทนต่อการยั่วยุอย่างสูง การที่นายทหารระดับสูงระดับนายพลของไทยปีนรั้วขึ้นไปสังเกตการณ์ ถือเป็นการส่งสัญญาณโดยตรงให้ฝ่ายกัมพูชารู้ว่าไทยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่กัมพูชายังพยายามป่วนในมิติด้านการทูต เช่น การทำหนังสือประท้วงไปยังกองทัพฟิลิปปินส์กรณีที่ผู้ช่วยทูตทหารฟิลิปปินส์ลงพื้นที่ร่วมกับทหารไทย โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชา ทั้งที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าเป็นเขตแดนของไทยตามข้อตกลงเดิม
สำหรับแนวโน้มในอนาคต รัฐบาลไทยได้ประกาศชัดเจนว่าจะยังไม่มีการเจรจาผ่านกรอบ GBC หรือ RBC จนกว่ากระบวนการตามกรอบ UNCLOS จะเสร็จสิ้น ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี แม้จะมีกระแสข่าวลือเรื่องการสู้รบในระยะสั้น เมื่อถามว่า สถานการณ์อย่างนี้ยังให้ความมั่นใจว่าการสู้รบรอบ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ใช่หรือไม่ “วาสนา” ระบุว่า ถึงแม้ว่าจะมีกระแสข่าวลือว่าจะมีการสู้รบในช่วงเดือนธันวาคม แต่เชื่อว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ประคองได้และสงครามรอบที่ 3 จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน
https://www.youtube.com/watch?v=aEU0C0VAqbY&t=2987s
#วาสนานาน่วม #ไทยกัมพูชา #ความมั่นคง #กองทัพไทย #ข่าวการเมือง #กัมพูชา #ฮุนเซน #ชายแดนไทยกัมพูชา #สยามรัฐ #siamrathonline








