“กมธ.งบประมาณปี 2570” เปิดโต๊ะถก "งบกลาง" วงเงินกว่า 6.93 แสนล้านบาท ดึง 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลักชี้แจงภาพรวมประเทศ ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงความห่วงใยดัชนีเงินเฟ้อไตรมาส 4 ปีนี้ อาจพุ่งทะลุ 4% จากชนวนเหตุตะวันออกกลางดันราคาน้ำมัน-สินค้าขยับตัว แต่ยังมีข่าวดี เทรนด์อุตสาหกรรม AI โลก หนุนส่งออกสินค้าเทคโนโลยีไทยทะยานแตะ 43.8% ช่วยพยุงเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ขณะที่ “สภาพัฒน์ฯ” ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากระทบภาพรวมเศรษฐกิจต่ำ ดีเดย์ 6 กรกฎาคมนี้ เริ่มตรวจไส้ในงบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นแห่งแรก
วันที่ 3 ก.ค.2569 เวลา 14.00 น.ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ. ซึ่งเริ่มพิจารณางบประมาณในส่วนมาตรา 6 งบกลาง วงเงินรวม 693,880,000,000 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสามพันแปดร้อยแปดสิบล้านบาท) สำหรับการพิจารณางบประมาณในภาพรวมครั้งนี้ เป็นการประเมินข้อมูลภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญ 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจหลักเข้าร่วมชี้แจง ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์), กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ
น.ส.ณัฐธิดา เปิดเผยว่า ธปท. ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นว่ายังมีทิศทางขยายตัว แต่อาจต้องเผชิญแรงกดดันเชิงลบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้า ราคาน้ำมัน และวัตถุดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น จนก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงกว่า 4% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ก่อนที่จะค่อยๆ ทยอยปรับลดลงในปีหน้า ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้ อาจส่งผลให้การบริโภคภาคครัวเรือนชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แต่รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้ามาช่วยประคับประคองและสนับสนุนการใช้จ่ายของภาคเอกชนในช่วงไตรมาสที่ 3 ให้ปรับตัวดีขึ้น
น.ส.ณัฐธิดา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเชิงบวกที่สำคัญอย่างยิ่งมาจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการส่งออกของประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยมีสถิติตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจดังนี้ ปี 2568: มูลค่าการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของไทย ขยายตัว 34.2% ปี 2569 (คาดการณ์): เติบโตพุ่งสูงถึง 43.8% ปี 2570 (คาดการณ์): เติบโตต่อเนื่องที่ 17.2% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรม AI กำลังกลายมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ โดย ธปท. คาดว่าแรงหนุนจากการลงทุนในภาคเทคโนโลยีนี้ จะช่วยดันให้เศรษฐกิจไทย (GDP) เติบโตได้ที่ 2.3% ในปีนี้ และเติบโต 1.8% ในปีหน้า ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคและผลสัมฤทธิ์จากมาตรการภาครัฐอย่างใกล้ชิด
โฆษก กมธ.ฯ กล่าวต่อว่า นอกจากประเด็นเรื่องปากท้องแล้ว ที่ประชุม กมธ. ยังได้สอบถามถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าทางสภาพัฒน์ได้ประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนรองรับงบประมาณด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจไว้อย่างไร หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงขึ้น โดยผู้แทนจากสภาพัฒน์ได้ชี้แจงยืนยันต่อ กมธ. ว่า จากผลการประเมินตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พบว่ากรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศน้อยมาก เนื่องจากปริมาณมูลค่าการค้าชายแดนในจุดที่มีความขัดแย้งไม่ได้มีสัดส่วนที่มากพอ จนจะส่งผลสะเทือนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศได้ ประชาชนและผู้ประกอบการจึงไม่ต้องเป็นกังวลในจุดนี้
น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า สำหรับกรอบการทำงานของ กมธ.งบฯ 70 ในสัปดาห์หน้า วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณางบประมาณรายหน่วยงาน โดยจะประเดิมพิจารณาโครงสร้างงบประมาณของ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานแรก








