รองปลัด มท. เผย ผลสอบมหาดไทย พบ 5 ข้าราชการ สถ. เอี่ยวทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น ลุยเอาผิดวินัย
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบราชการท้องถิ่น แถลงว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ราย บางส่วนเดินทางมาให้ข้อมูลเองและบางส่วนชี้แจงเป็นเอกสาร รวมถึงได้รวบรวมเอกสารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที มาให้ข้อแนะนำ เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบจากทั้ง 10 ศูนย์ พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้ส่งภาพถ่ายและกระดาษคำตอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยทันทีที่ตอบตรวจคำตอบแล้วเสร็จ
นายสันติธร กล่าวว่า ได้มีการสุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพถ่ายและกระดาษคำตอบของทุกคน กับประกาศผลคะแนน ปรากฏว่า การสุ่มตรวจ 79 ราย พบว่า ใบคะแนนกับสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลถึง 48 ราย ซึ่งพบว่า มีการแก้ไขคะแนนทั้งการสอบภาค ก. และภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลคะแนนในภาค ก.เกินกว่าร้อยละ 60 และภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ส่วนที่สองคือ การประกาศผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่า ผู้รับจ้างได้ส่งผลสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ปรากฎว่า กสถ.ได้นำข้อมูลผลคะแนน ภาค ก.และ ภาค ข. มาสอบทานกับวิชาเฉพาะ ที่ผู้รับจ้างส่งให้ นอกจากนี้ หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่า ยังมีการแก้ไขข้อมูลก่อนที่จะส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของ สถ. ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือ บุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น พบว่า มีข้าราชการสามัญสังกัด สถ.มีมูลอันควรกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย
นายสันติธร กล่าวอีกว่า สำหรับไฟล์ข้อสอบที่ต้องมีการสำรองเก็บไว้ 2 ชุด อยู่ที่ มศว 1 ชุด และ สถ. 1 ชุด ส่วนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรับผิดชอบในฐานะกระทรวงมหาดไทย เข้าไปดูเฉพาะไฟล์กระดาษคำตอบของ สถ. ขณะเดียวกัน เราได้ขอข้อมูลจาก มศว ด้วยอีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มา จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหาจากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นพฤติการณ์แบบผู้สั่งการหรือไม่ นายสันติธรปฏิเสธว่า ยังไม่ใช่ ยังไม่ถึงขนาดนั้น








