"รังสิมันต์ โรม" ประธาน กมธ.กฎหมายฯ พรรคประชาชน เปิดโปงความผิดปกติคดีสินบนกระทรวงดีอี 40 ล้านบาท แฉตำรวจสอบสวนกลางดองเค็ม 8 เดือน ไม่ยอมออกหมายเรียก "นายคิว" บุตรชายเสี่ยตือ อ้างกลัวผู้ต้องหาไม่มาพบ ทั้งที่มีพฤติการณ์โยงเว็บพนัน 4,000 เว็บ จี้ถามคนนี้เส้นใหญ่มาจากไหน พร้อมขยายผลสอบโยงน้ำมันเถื่อน-เงินบริจาคพรรคการเมือง
วันที่ 2 ก.ค. 2569 เวลา 14.00 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเสนอสินบนจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือน ให้แก่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รัฐมนตรีเคยแถลงต่อสภาและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ก่อนที่เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ กระบวนการยุติธรรมที่ดูจะมีความผิดปกติอย่างมาก โดยผู้ถูกกล่าวหาหลักคือ "นายคิว" ซึ่งเป็นบุตรชายของ "เสี่ยตือ" ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์จำนวนมากถึง 4,000 เว็บไซต์ โดยมีพฤติการณ์เสนอเงินสินบนให้ URL ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 40 ล้านบาท ผ่านตัวกลางชื่อย่อ "ฉ" เพื่อนำไปเสนอต่อรัฐมนตรีดีอี และมีการนัดพบบริหารจัดการกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจคือ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมาหลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดี จนถึงปัจจุบันกลับยังไม่มีการออกหมายเรียกนายคิวมาสอบปากคำเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"ช่วง 30 วันแรกที่สำนวนยังอยู่ที่กองปราบปราม มีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปหลายปาก ทั้งนายไชยชนก (รมว.ดีอี) และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องมาบอกนายไชยชนก รวมถึงบุคคลอื่นอีก 3-4 คน แต่กลับไม่มีความพยายามในการเรียกตัวนายคิวมาให้การ และเมื่อ กมธ. สอบถามไปยังตำรวจสอบสวนกลางถึงสาเหตุที่ไม่ออกหมายเรียก กลับได้รับคำตอบว่า 'เกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไม่มา' ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ตลกและผิดปกติอย่างยิ่งในกระบวนการยุติธรรม" นายรังสิมันต์ กล่าว
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวต่อว่า เรื่องสินบน 40 ล้านบาทนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สะท้อนถึงมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมไทย โดยอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า กมธ. จะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการโยนความรับผิดชอบกันไปมา
"ผมไม่รู้ว่านายคิวเป็นคนเส้นใหญ่มาจากไหน แต่โดยทั่วไปถ้าประชาชนถูกแจ้งความ ตำรวจต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 1 และ 2 หากไม่มาก็ต้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ แต่กับนายคิวกลับไม่แม้แต่จะออกหมายเรียก เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ขนาดคนระดับรัฐมนตรีไปแจ้งความดำเนินคดีเอง เจ้าหน้าที่ยังเกียร์ว่างไม่ทำหน้าที่ แล้วประชาชนตาสีตาสาจะไปคาดหวังความยุติธรรมได้อย่างไร"
นายรังสิมันต์ ยังเปิดเผยข้อมูลจากตำรวจสอบสวนกลางที่ระบุว่า นายคิวอาจมีการจ่ายสินบนให้แก่กระทรวงดีอีมาโดยตลอดก่อนที่นายไชยชนกจะมารับตำแหน่ง แต่กลับไม่มีการขยายผลดำเนินคดีใดๆ เพิ่มเติม อีกทั้งยังแสดงความกังวลว่า คดีนี้อาจมีความพยายามทำให้จบลงด้วยการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ทั้งที่ปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหาคือ "นายคิว" ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้หลุดพ้นจากอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ได้
นอกจากนี้ กมธ. ยังพบเบาะแสว่า เครือข่ายของเสี่ยตืออาจมีความเกี่ยวพันกับขบวนการ น้ำมันเถื่อน และการบริจาคเงินให้แก่บางพรรคการเมือง ซึ่งหลังจากนี้ กมธ. จะเร่งประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ให้เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินเนื่องจากเป็นคดีมูลฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน
นอกเหนือจากประเด็นสินบนดีอีแล้ว นายรังสิมันต์ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าอีก 2 ประเด็นสำคัญ คือ คดีลอบสังหาร สส.พรรคประชาชาติ: การตรวจสอบกรณีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ล่าสุดพบข้อมูลน่าตกใจว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนของกองทัพเรือ ซึ่ง กมธ. จะติดตามหาตัวผู้บงการเบื้องหลังต่อไป และปมจัดเก็บข้อมูลภาคใต้ 2 ล้านเลขหมาย ตรวจสอบกรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลกว่า 2 ล้านเลขหมายในพื้นที่ภาคใต้โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ในทุกๆ คืน ซึ่งอาจเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมายและไม่เป็นไปตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) คณะกรรมาธิการฯ จะร่วมเดินทางกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำความจริงให้กระจ่างแก่สังคมต่อไป








