ประธาน กมธ.ป.ป.ช. "อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ" สส.ภูมิใจไทย เรียก "บิ๊กเต่า" ถกคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำจุดยืนพรรคไม่ช่วยเหลือคนผิด ลั่นสาวไส้ถึงตัวการใหญ่ไม่มีปาหี่ พร้อมส่งสำนักกฎหมายสภาฯ ฟันคนอ้างชื่อที่ปรึกษา กมธ. ไปหากิน เล็งชงโมเดลให้ "ก.พ." จัดสอบภาค ก. สกัดโกงยั่งยืน
วันที่ 2 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใ
จไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า จากกรณีการบุกจับกุมขบวนการดังกล่าวที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ในวันนี้ทาง กมธ.ป.ป.ช. จึงได้เชิญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ข้อมูลความคืบหน้าในการดำเนินคดี ทั้งกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น และกรณีการดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามตัวการใหญ่และข้าราชการอีก 10 คนที่เกี่ยวข้อง โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงนำผลสอบของกระทรวงมหาดไทยมาพิจารณาเพิ่มเติม
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ตนต่อสู้เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2566 จนกระทั่งพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ 5 หน่วยงานต้านทุจริต จนนำมาสู่การทลายเครือข่ายใหญ่ได้ในปี 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมขบวนการจัดสอบจากส่วนกลางได้สำเร็จ พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีมติชัดเจนที่จะไม่ปกป้องคนผิด หากพบว่ามีบุคคลในพรรคหรือหน่วยงานใดเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีถึงที่สุด และ กมธ.ป.ป.ช. จะเกาะติดเรื่องนี้เพื่อสาวให้ถึงตัวการระดับสูง ยืนยันไม่มีปาหี่จับแค่ปลาซิวปลาสร้อยแน่นอน
"เรื่องทุจริตถึงใคร ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน หรือ สส. ในพรรค ใครก็ตามจะไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยรับไม่ได้" นายอาสพลธ์ กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการพาดพิงว่ามีบุคคลอ้างตัวเป็นที่ปรึกษา กมธ.ป.ป.ช. ไปเรียกรับผลประโยชน์นั้น นายอาสพลธ์ กล่าวชี้แจงว่าจากการตรวจสอบไม่พบชื่อบุคคลดังกล่าวในระบบปัจจุบัน มีเพียงผู้ที่มีนามสกุลเดียวกันเคยเป็นที่ปรึกษาในสมัยที่แล้ว ยืนยันว่า กมธ. ไม่เคยมีพฤติกรรมล่อซื้อหรือแบล็กเมล์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของสภาฯ ตนจึงได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สำนักกฎหมายเร่งดำเนินคดีกับผู้แอบอ้าง และวางมาตรการสกัดกั้นไม่ให้บุคคลใดนำตำแหน่งไปหากินทางมิชอบ
เมื่อถามว่าแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นในอนาคต ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่า ไม่ว่าจะให้ส่วนกลางหรือท้องถิ่นจัดสอบเองก็ล้วนเคยมีประวัติการทุจริต (เช่น กรณีศาลสั่งจำคุกอดีตนายก อบจ.มหาสารคาม 318 ปี) ดังนั้น ทางออกที่ยั่งยืนคือการศึกษาโมเดลของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งปัจจุบันติดล็อกข้อกฎหมายเนื่องจากเป็นข้าราชการคนละประเภท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการบุคคลส่วนท้องถิ่น อยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภา (สว.) หากมีการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้ ก.พ. เข้ามามีอำนาจจัดสอบภาค ก. แทนได้ ทางสภาฯ และรัฐบาลก็พร้อมจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ก.พ. ควบคู่กันไป เพื่อปลดล็อกให้ ก.พ. มีอำนาจจัดสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด








